fbpx

7 เหตุผลทำไมลูกถึงดื้อกับแม่มากกว่าคนอื่นๆ จากเด็กน่ารักในสายตาคนอื่น กลับดื้อในสายตาเรา

Writer : Mneeose
: 2 พฤษภาคม 2562

คุณแม่หลายๆ ท่าน เคยนึกสงสัยกันบ้างไหมคะว่า ทำไมคนอื่นถึงบอกว่าลูกเราน่ารักมากๆ เรียบร้อย ไม่ดื้อ แต่พออยู่กับคุณแม่ 2 ต่อ 2 กลับงอแงอยู่เรื่อยๆ เลย อยู่กับคุณพ่อก็ยังไม่ขนาดนี้  Parents One ขอไขข้อสงสัยกับ 7 เหตุผลทำไมลูกถึงดื้อกับแม่มากกว่าคนอื่นๆ ไปดูกันว่าจะเหมือนกับที่เราคิดๆ กันไหม?

การที่มีลูกดื้อแต่กับคุณแม่คนเดียว มักเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. ลูกชอบทดสอบคนเป็นแม่ว่าจะแข็งแกร่งได้แค่ไหน?

การที่ลูกดื้อบางครั้งเค้าอาจจะกำลังอยากทดสอบเราอยู่ก็เป็นได้ ว่าคุณแม่ของเค้านั้นจะแข็งแกร่งทั้งทางร่างกาย และจิตใจขนาดไหน เพราะเราเป็นผู้คุมกติกาในชีวิตของเค้า ที่สำคัญ คือ ลูกกำลังเช็คอยู่ว่าคุณยังให้ความสำคัญกับแกอยู่ใช่ไหม? คุณยังรักแกอยู่รึเปล่า? ลูกๆ จึงชอบเรียกร้องความสนใจไม่ให้แม่อย่างเราพักกันเลยค่ะ

ยิ่งลูกอายุใกล้ 3 ขวบด้วยแล้ว ใกล้เวลา separation นั่นคือ การแยกตัวเป็นบุคคลอิสระจากคุณพ่อคุณแม่ จะเป็นช่วงเวลาที่เขาทดสอบเสาหลักนี้หนักขึ้นอีก ประมาณว่าแม่จะยังดีเท่านี้ตลอดไปใช่ไหม?

2. ลูกไว้ใจแม่มากกว่าใครๆ บนโลกนี้   

ลูกรู้ว่า คุณแม่คือคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด ไม่มีวันที่จะหักหลังเค้า และคงไม่มีใครที่เค้าจะไว้ใจ เชื่อใจ และสบายใจมากกว่าคุณแม่อีกแล้ว จึงทำให้บางครั้งลูกอาจเผลอเอาแต่ใจตัวเองไปบ้าง แต่หากคุณแม่เข้าใจ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อลูก ฝึกให้เค้าเล่าทุกอย่างที่เจอมาในแต่ละวันให้แม่ฟังตั้งแต่ยังเด็กๆ เมื่อโตขึ้นจะทำให้ลูกกล้าที่จะปรึกษาคุณแม่ และไม่ปิดบังด้วยนั่นเอง

3. ต้องการให้แม่สนใจแต่เค้าเพียงคนเดียว

เด็กที่ดื้อมักจะต้องการได้รับความรักที่เพียงพอ หากลูกรู้สึกว่าส่วนนี้ได้ขาดหายไป เค้าจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจของคุณให้กลับมามองที่เค้าให้ได้ วิธีง่ายๆ นั่นคือ การดื้อรั้นนั่นเอง

กฎของข้อนี้ ก็คือ ห้ามพูดเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกของคนอื่นเด็ดขาด เพราะอาจจะสร้างบาดแผลในใจให้เด็กในอนาคตได้ คุณแม่เพียงแค่ “สนใจเค้าแต่เพียงผู้เดียว ให้เค้าเยอะๆ โดยไม่ต้องไปสนคำพูดของคนอื่น เพราะไม่มีใครรู้จักลูกเราดี เท่ากับเราอีกแล้ว”

4. คุณแม่ คือ คนที่ปลอดภัยที่สุด 

ในความคิดของลูกเชื่อว่า คุณแม่คือคนที่ปลอดภัยที่สุด ที่จะไม่ทำลายชีวิตเค้า และพร้อมที่จะให้อภัยเมื่อเค้าทำผิดเสมอ ลูกมักจะทดสอบเราอยู่บ่อยๆ เช่น กล้าดื้อเพื่อที่จะยืดหยัดในความคิดของตนเองไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดนั่นเองค่ะ อย่าทำให้ลูกรู้สึกว่าเราไม่ปลอดภัย พูดคุยกับเค้าเยอะๆ ถามเค้าเยอะๆ กอดเค้าเยอะๆ เท่านั้นเองค่ะ

5. อยากอ้อนแม่ ขอเพียงแค่ความใส่ใจและความอบอุ่น

เด็กหลายๆ คนอาจจะแสดงออกไม่เก่ง แม้ว่าเค้าจะดื้อเพื่อให้คุณแม่หันมาสนใจ แต่ลึกๆ ในใจแล้ว แค่อยากอ้อนแม่ อยากอยู่ใกล้ๆ แม่ เพราะแค่ต้องการความใส่ใจ และความรักความอบอุ่นจากคนเป็นแม่มากๆนั่นเอง วิธีแก้ความดื้อ นั่นคือ ให้ความรักกับลูกให้เพียงพอค่ะ

6. ดื้อกับแม่ได้เสมอ เพราะยังไงแม่ก็รักอยู่ดี

ลูกๆ จะดื้อมากๆ เฉพาะกับแม่ เพราะรู้ว่าเค้าดื้อยังไง ดื้อมากแค่ไหน แม่ก็ยังรักเค้าอยู่ดี ส่วนคนอื่นๆ จะรักหรือไม่รัก เด็กเค้าก็ไม่สนใจอะไรมากนักหรอกค่ะ

7. กลิ่นของคุณแม่ ดึงดูดลูกให้โหยหาเสมอ

แปลกไหมคะ เมื่อพอเราหายตัวไปลูกจะรีบวิ่งตามหา ทั้งร้องไห้ ทั้งงอแง เพื่อที่จะได้หาคุณแม่ให้เจอไวๆ อาจเป็นเพราะที่ตัวของคุณแม่มีกลิ่นน้ำนม หรือกลิ่นเฉพาะตัว ที่ทำให้ลูกๆ รู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณแม่ก็ได้นะคะ เจอแม่ทีไรอยากดื้อ อยากอ้อนตลอดเวลาเลย เพราะเค้าทำมาตั้งแต่เกิด แต่ข้อนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับการที่ลูกติดกลิ่นของคุณแม่นะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเหตุผลที่เรายกมาตรงตามที่คุณแม่คิดกันบ้างรึเปล่า แม้ว่าลูกจะดื้อรั้นมากๆ อย่างไร ก็ห้ามลงโทษ เมื่อคุณพ่อคุณแม่โกรธหรือโมโหนะคะ เพราะอาจสร้างรอยแผลในใจเขาได้  แต่ไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะดื้อจนถึงโตนะคะ เพราะเมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ลูกจะเข้าใจและเริ่มปรับตัวให้ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้นได้นั่นเองค่ะ หากคุณแม่ใส่ใจมาตลอด รับรองว่าจะดีแน่นอน ตอนเขาวัยรุ่น เขาจะมีต้นทุนคุณแม่เยอะมาก เวลามีปัญหาอะไรเขาก็จะเลือกปรึกษากับคุณแม่เป็นคนแรกค่ะ

ขอบคุณแหล่งอ้างอิง : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563