fbpx

7 สัญญาณ บอกชัดว่าคุณกำลังจะเป็นแม่แล้วนะ

Writer : blahblahboong
: 6 สิงหาคม 2561

ท้อง ไม่ท้อง เอ๊ะ! ท้อง หรือ ไม่ท้อง กันแน่? ปัญหาหนักอกหนักใจของบรรดาสาวๆ ทั้งหลาย ผู้ไม่มีประสบการณ์การตั้งครรภ์ทั้งหลาย วันนี้เรามาดู 7 สัญญาณเช็คให้ชัวร์ ถ้ามีอาการเหล่านี้น้องมาแน่นอน มาดูกันค่ะว่าคุณเข้าข่าย 7 ข้อ ก้าวสู่ความเป็นแม่หรือไม่

ท้องอืด อึดอัดท้อง

ในช่วงแรกๆ ว่าที่คุณแม่จะมีอาการท้องอืดมากกว่าปกติ พ่วงด้วยอาการอึดอัดเหมือนมีลมในกระเพาะ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ อีกสักพักอาการจะค่อยดีขึ้นเอง

ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ทั้งๆ ที่ดื่มน้ำเท่าเดิม แต่ทำไมปวดเบาบ่อยจัง นั่นเป็นเพราะเมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ระบบไหลเวียนเลือดจะทำงานหนักขึ้น ส่งผลโดยต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เข้าห้องบ่อยมากขึ้นนั่นเอง

อ่อนเพลีย หน้ามืด

อาการนี้เกิดจาก ร่างกายของว่าที่คุณแม่จะต้องเลือดไปหล่อเลี้ยงลูกในมดลูกมากขึ้น ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงสมองน้องลง คุณแม่จึงมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด และอ่อนเพลียได้ง่ายค่ะ

เจ็บหน้าอก หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น

ความรู้สึกจะคล้ายๆ ช่วงที่มีประจำเดือนค่ะ แต่จะปวดมากกว่า สาเหตุที่ทำให้ปวดหน้าอกนั่นก็เพราะ ฮอร์โมนของคุณแม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม

ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น

อาการตัวร้อนไม่สบายตัว เพราะอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เกิดจากการที่ร่างกายนั่นกำลังบ่มฟักไข่ภายในครรภ์อยู่ค่ะ

ประจำเดือนขาด

ประจำเดือนเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิงนะคะ ประจำเดือนบอกได้ถึงสุขภาพของเรา สาวๆ ต้องคอยสังเกตวันที่ประเดือนมาในทุกๆ เดือน หากมีเดือนไหนที่ขาดหายไป และมีอาการด้านบนร่วมด้วยแล้ว คุณอาจจะกำลังได้เป็นคุณแม่แล้วก็เป็นได้

ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีด

หากว่าสาวๆ มีอาการดังกล่าวครบทุกอาการ แต่ยังไม่แน่ใจ ไม่ชัวร์ ไปค่ะ เดินไปร้านขายยาซื้อที่ตรวจครรภ์มาใช้เลยตรวจให้รู้แล้วรู้รอดไป ผลจากที่ได้จากที่ตรวจครรภ์นั้นเชื่อถึอได้ถึง 90% หากขึ้นเป็น 2 ขีด ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่คนใหม่ เย้~

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กำไร…ในชีวิตของคนเป็นแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
คำอวยพรของคนได้เป็นแม่ครั้งแรก
กิจกรรมของครอบครัว
ความกังวลของ (คนกำลังจะเป็น) แม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama