ท้องไม่ท้อง ? อาการเบื้องต้นของว่าที่คุณแม่

Writer : giftoun
: 15 ตุลาคม 2560

เชื่อว่าคุณว่าที่คุณแม่หลายคนจะมีความกังวลบวกลุ้นตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่ลูกจะมาเสียทีหนอ ? รอบนี้ท้องหรือยัง ? อาการอะไรที่ทำให้เห็นชัดว่าท้องแล้วจริงๆ นะ ลองทำตาม checklist ต่อไปนี้ได้เลยค่ะ

คลื่นไส้ – อาเจียน

เป็นอาการที่พบบ่อยมากจนเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ก็ว่าได้ อาการคลื่นไส้อาเจียนมักเกิดขึ้นหลังจากที่ตัวอ่อนปฏิสนธิได้ 1 เดือน แต่ในบางรายก็อาจไม่พบอาการนี้ในช่วงแรกจนกระทั่งเข้าสู่การตั้งครรภ์ในเดือนแรกหรือเดือนที่ 2 บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ได้ตั้งแต่ช่วง 2-3 สัปดาห์แรก อาการคลื่นไส้นี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดวัน ขณะที่บางคนโชคดีไม่มีอาการแพ้ท้องเลยก็เป็นได้

มีความรู้สึกไวต่อกลิ่นต่าง ๆ

คุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์จะมีความไวต่อการรับกลิ่น โดยเฉพาะกลิ่นของอาหาร ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ง่ายเมื่อได้กลิ่นต่าง ๆ มากระตุ้น

มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ มีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายต้องส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงตัวอ่อนและมดลูกซึ่งมีความต้องการเลือดมากขึ้น ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองน้อยลง ส่งผลให้คุณแม่เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตที่ลดลงในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อีกด้วย ยังไงถ้าคุณแม่รู้สึกวิงเวียนและหน้ามืด ให้คุณแม่นั่งลงในท่าชันเข่าแล้วฟุบหน้าลงระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้างจนกว่าอาการหน้ามืดจะหายไปค่ะ

หน้าอกบวม เริ่มขยายขึ้น และเจ็บ

หน้าอกของว่าที่คุณแม่ในช่วง 3 เดือนแรกอาจบวมเพราะมีเลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้นจน รู้สึกเจ็บแปลบ รวมถึงรู้สึกว่าหน้าอกไวต่อสัมผัสคล้ายกับอาการช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ และคุณยังจะสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดบริเวณเต้านมของคุณนูนขึ้นมาและมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปุ่มเล็ก ๆ มากมายเกิดขึ้นรอบ ๆ หัวนมด้วย ทางที่ดีควรหาซื้อบราที่ช่วยพยุงเต้านมมาสวม จะช่วยทำให้คุณแม่รู้สึกสบายขึ้นได้ค่ะ

ปวดหลัง

การปวดหลังเกิดจากคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักของมดลูกและทารกในครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น โดยจะไปเพิ่มแรงกดลงบนหลัง ทำให้เกิดอาการปวดหรือเจ็บหลังมากขึ้น อีกทั้งยังมีสาเหตุจากการนั่งไม่ถูกสุขลักษณะ สวมรองเท้าส้นสูงเกินไป ยกของหนัก แนะนำให้คุณแม่พักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงสาเหตุจากอาการปวดหลังดังกล่าวด้วยนะคะ

ฝ้าและผิวคล้ำลง

การที่ฝ้าและผิวของคุณแม่คล้ำลงเกิดจากฮอร์โมนตั้งครรภ์ไปกระตุ้นเม็ดสีผิวใต้ผิวหนัง ซึ่งไปรวมตัวมากผิดปกติในบางพื้นที่ของร่างกาย สีของผิวหนังจึงคล้ำลงตรงบริเวณใบหน้า ลำคอ รักแร้ เส้นกลางท้อง ลานนม และหัวนมค่ะ แต่หลังคลอดไปแล้ว 3-6 เดือนสีผิวคล้ำนั้นจะค่อยๆจางจนหายไปเอง สำหรับอาการท้องลาย ป้องกันได้โดยทาครีม โลชั่นหรือน้ำมันมะกอกเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นเสมอ ความยืดหยุ่นของผิวหนังจะเพิ่มมากขึ้น อาการท้องลายก็จะเกิดขึ้นได้น้อยหรือไม่มีเลยค่ะ

ปัสสาวะบ่อย

อาการปวดปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ เพราะร่างกายจะผลิตเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตขับของเสียในรูปของของเหลวมากขึ้นตามไปด้วย อาการทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ก็เป็นได้ค่ะ

มีอาการท้องผูก

อาการท้องผูกนั้นมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อคุณแม่เริ่มการตั้งครรภ์ เป็นผลจากการเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนขณะตั้งครรภ์ ทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลง มดลูกอาจไปทับลำไส้ใหญ่ การแก้ไขเรื่องท้องผูกในอาการคนท้องลักษณะนี้คือพยายามทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังเบาๆ ให้พอเหมาะ จะช่วยแก้ไขอาการนี้ได้

เหนื่อยล้า

ถ้าคุณแม่รู้สึกเหนื่อยมากๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวันละก็นี่อาจจะเป็นผลจากระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ได้นะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงไปค่ะ พอเข้าช่วงเดือนที่ 4-6 พลังของคุณแม่ก็จะคืนกลับมาค่ะ

เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่าอาจจะท้องแล้ว เบื้องต้นอาจลองซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจก่อนก็ได้ แต่ทางที่ดีคุณแม่ควรไปพบคุณหมอให้ตรวจอย่างละเอียดเพื่อความแน่ใจค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
7 อาหารเสี่ยงท้องเสียสำหรับคุณเเม่
เตรียมตัวเป็นแม่
เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
8 ข้อกังวลของแม่ตั้งครรภ์
เตรียมตัวเป็นแม่
Update