fbpx

7 วิธี ช่วยให้ลูกปรับตัวได้ดีขึ้นในการไปโรงเรียน

: 20 กุมภาพันธ์ 2561

วันนี้ตุ๊กมีวิธีช่วยให้ลูกปรับตัวได้ดีขึ้นในการไปโรงเรียนมาฝากกัน จากประสบการณ์ตอนที่จินเข้าเรียนใหม่ๆ และจำเป็นต้องย้ายบ้านและย้ายโรงเรียนบ่อยๆ ป่วนบ้านไหนกำลังจะเข้าเรียนเร็วๆ นี้ ลองเอาไปปรับใช้กันได้นะคะ:)


1. ตื่นเช้าให้มากขึ้น

เพราะการตื่นเช้าและไม่ทำอะไรเร่งรีบ จะช่วยให้ลูกได้เตรียมตัวและเตรียมใจพร้อมที่จะไปโรงเรียนได้ดีขึ้น การไปโรงเรียนสายและทำอะไรรีบร้อน จะสร้างความหงุดหงิดและเครียดในการไปโรงเรียนให้ลูกได้

2. พาลูกไปทำความรู้จักและคุ้นเคยกับคุณครูที่สอน

รวมไปถึงบอกและแนะนำคุณครูผู้สอนให้เข้าใจในธรรมชาติของลูก เพื่อจะได้ปรับเข้าหากัน และรู้สึกเชื่อใจและปลอดภัยกับคุณครูได้มากขึ้น

3. สร้างวินัยให้ที่บ้านไม่แตกต่างจากที่โรงเรียน

การที่ที่บ้านมีวินัยและไม่ตามใจจนทำให้ชีวิตที่บ้านและที่โรงเรียนไม่ได้แตกต่างกันมาก จะทำให้การไปโรงเรียนนั้นง่ายและมีความสมัครใจมากขึ้น เพราะไม่งั้นถ้าที่บ้านทำอะไรก็ได้ เขาก็จะไม่อยากไปโรงเรียนอยู่ดี

4. ส่งลูกแล้วกลับเลย

อย่าแอบตามพุ่มไม้ อย่าแอบส่องลูก เพราะลูกจับรังสีแม่ได้ว่าแม่อยู่ใกล้ๆ ยิ่งถ้าเราพลาดแล้วลูกเห็นเรานี่คือจบข่าวค่ะ (เพราะเคยมาแล้ว) ลูกจะรู้สึกไม่วางใจ และครูจะไม่สามารถสร้างความเชื่อใจกับนักเรียนได้ถ้าเขายังพะวงว่าแม่อยู่ไหม

5. พยายามอย่าเปรียบเทียบลูกเรากับเด็กคนอื่น

เด็กแต่ละคนมีการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ต่างกัน บางคนใช้เวลาอาทิตย์เดียว บางคนใช้เวลาเกือบจะครบเทอมในการปรับตัว ทำความเข้าใจ ยอมรับธรรมชาติของลูก ให้กำลังใจและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่นะคะ

6. บอกสถานที่นัดรับกลับให้ชัดเจน

เวลาไปส่งลูกให้บอกเขาอย่างชัดเจนว่าเมื่อเขาเลิกเรียนแล้วจะมีแม่มารอรับเขาอยู่ตรงนี้นะ และเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ให้ไปรับตรงเวลาและอย่าไปรับลูกเลทนะคะ

7. คุณแม่ต้องพยายามเข้มแข็ง

อย่ากังวลหรือนอยด์ รู้ว่าอาจทำได้ยาก แต่อยากให้พยายามทำใจและคิดเสียว่า จะช้าหรือเร็วท้ายที่สุดแล้ว วันนึงเราก็ต้องปล่อยเขาไปมีชีวิตของเขาเอง เชื่อมั่นในตัวลูกว่าลูกต้องทำได้ดีขึ้นกว่าวันแรกแน่นอน เรามั่นใจ ลูกก็มั่นใจ เมื่อแม่พร้อม ลูกก็พร้อมค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนที่มีลูกที่กำลังเข้าสู่วัยเรียนนะคะ:)

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



9 สิ่งที่แม่ลูกอ่อนโหยหาเหลือเกิน
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama