fbpx

7 วิธีสอนลูกให้รับมือกับอารมณ์ของตัวเอง

: 19 ธันวาคม 2560

เคยเป็นกันไหมที่เวลาลูกโมโหหรือหงุดหงิด เราที่เป็นแม่รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมลูกต้องงอแงงขนาดนั้น บางครั้งก็ไม่รู้จะช่วยลูกให้หายโกรธได้อย่างไร แต่การสอนให้ลูกรู้จักที่จะรับมือกับอารมณ์ของตัวเอง เป็นสิ่งที่เราสามารถสอนลูกได้ตั้งแต่ยังเล็กเลยค่ะ โดยสามารถเริ่มได้จากตัวเราเองก่อน 🙂

1. เวลาที่ลูกรู้สึกโกรธ

บอกให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่นั้นคืออารมณ์โกรธนะ เช่น แม่เข้าใจนะว่าหนูรู้สึกโกรธเพื่อนที่เขาแย่งของเล่นจากมือหนูไป พูดเพื่อให้ลูกเข้าใจว่าอารมณ์ที่เขารู้สึกนั้นคืออะไร

2. ขณะที่ลูกกำลังโกรธ ร้องไห้ หรือหงุดหงิด

พยายามเลี่ยงที่จะพูดว่า “หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้” “ไม่ต้องโกรธเลยนะ” เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แต่ให้เขาได้อยู่กับตัวเองสักนิดจนอารมณ์ของเขาเย็นลง

3. ถ้าลูกไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

ให้พาเขาออกมาจากสถานการณ์นั้นๆ ก่อน อาจจะพาเขาไปที่อื่นหรือทำกิจกรรมอื่นแทนเพื่อดึงโฟกัสเขาออกมาจากตรงนั้น

4. หาสิ่งที่ช่วยทำให้เขาอารมณ์เย็นลง

เช่น นับเลข ดื่มน้ำเย็นๆ เดินเล่น

5. เมื่ออารมณ์ของลูกเย็นลง

หาโอกาสเข้าไปพูดคุยและถามลูก เพื่อที่ลูกจะได้เล่าว่าเขารู้สึกอย่างไร หากลูกยังไม่ต้องการที่จะเล่า อย่าไปบังคับ แต่รอรับฟังเมื่อเขาพร้อมที่จะเล่า

6. ลองขอความเห็นจากลูกว่ามีวิธีอะไรบ้างไหม

ที่จะช่วยให้ลูกรู้สึกใจเย็นลงและรับมือกับอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น

7. ตัวเราเองต้องรับมือกับอารมณ์โกรธ

เพราะหากเรายังทำไม่ได้ การที่ลูกเห็นเราโกรธหรือหงุดหงิดบ่อยๆ ก็จะทำให้ลูกเข้าใจว่า การจัดการกับอารมณ์ของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำหรือสำคัญอะไร

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
Banner Banner
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาว โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง โดยพบอัตราผู่ป่วยมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ประกอบกับช่วงนี้ที่เด็กในบางพื้นที่ต้องหยุดอยู่บ้านหรือศึกษาที่บ้านเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ติดโรคนี้จากเด็กในชุมชนเดียวกันได้ อาการของเด็กที่เริ่มป่วยโรคมือ เท้า และปากนั้นจะเริ่มจากการมีไข้อ่อนๆ อ่อนเพลีย 1-2 วันต่อมาจะมีอาการเจ็บปาก และมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากสังเกตแล้วอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีไข้สูง ซึมลง ชัก เกร็ง หายใจหอบ หรืออาเจียนในปริมาณมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้แล้ว นายแพทย์โอภาศยังกล่าวแนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลบุตรหลานในช่วงอยู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเล็กนั้นอาจไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้  และได้แนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า และปากดังนี้ ลดการสัมผัสเชื้อ ไม่นำมือสกปรกสัมผัสใบหน้า เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสของเล่น ของใช้อย่างอื่นอาจกระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ ก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ หากบุตรหลานป่วย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะให้ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร แยกของใช้และของเล่นไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นๆ อ้างอิงจาก https://bit.ly/3sKDNIN
22 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort