fbpx

เช็คให้ดีก่อนชวนลูกดู! สื่อแบบไหนที่เด็กไม่ควรดู

Writer : giftoun
: 14 มกราคม 2562

ปัจจุบันสื่อนั้นเข้าถึงเด็กๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก ส่งผลให้คุณแม่นั้นควรเช็คให้ดีก่อนที่จะให้ลูกดูสื่อไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม จะมีสื่อแบบไหนที่เด็กไม่ควรดูบ้างนั้นมาดูกันเลยค่ะ

ดราม่า รัก ริษยา

สื่อที่มีเรื่องดราม่า รัก ริษยา ชิงรักหักสวาท นอกจากจะสร้างความปวดหัวให้กับคุณแม่แล้ว ยังทำให้ลูกนั้นซึมซับกับสิ่งเหล่านี้ไปมากและมีผลกับตอนโตก็เป็นได้ค่ะ

โศกเศร้า เคล้าน้ำตา

ซีรี่ย์โศกเศร้า เคล้าน้ำตา เป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์แนวหนึ่งที่ยอดนิยมในสมัยนี้ แต่ก็ไม่เหมาะจะให้เด็กดูเสียเท่าไหร่ ถ้าเรื่องไหนที่สะเทือนใจจนต้องเสียน้ำตาควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกน้อยดูจะดีกว่าค่ะ

คุกคามทางเพศ

สื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวการคุกคามทางเพศอย่างการจำลองสถานการณ์เหล่านั้น อาจทำให้เด็กนั้นมีภาพติดตากับเหล่านั้นแล้วจำไปจนโตเลยก็เป็นไปได้ ดังนั้นคุรแม่ควรหลีกเลี่ยงสื่อเหล่านั้นกับลูกจะดีกว่าค่ะ

ตื่นเต้นระทึก ต่อสู้รุนแรง

โดยมากภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตำรวจ สงคราม นักสืบหรือพิศวาสฆาตกรรม ที่หนีไม่พ้นฉากการไล่ล่าฆ่าฟัน ภาพระเบิด หรือภาพสยดสยองซึ่งกระทบต่อเด็กตั้งแต่วัยหัดคลาน เพราะสีหน้าของตัวละครที่บูดบึ้งหรือมีกิริยาข่มขู่ตะคอกจะทำให้เด็กเริ่มใจเสีย หวาดกลัว และร้องไห้ และเมื่อเขาได้ดูบ่อยๆ ก็จะฝังอยู่ในหัวสมอง ทำให้เด็กฝังใจกับจินตนาการอันน่ากลัว ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในอนาคตก็เป็นได้ค่ะ

ถ่ายภาพระยะใกล้แบบไม่น่าดู

ใบหน้าของคนที่อยู่ในทีวีมีผลกระทบต่อเด็กเช่นเดียวกัน เพราะเด็กเล็กจะชอบดูใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถ้าได้เห็นใบหน้าถมึงทึง ตาเหลือกค้าง หรือหน้าผีเละๆ ที่แสดงออกถึงอารมณ์ไม่ปกติ ภาพเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนขี้กลัวโดยไม่มีเหตุผลหรืออาจเกิดความชินชาต่อความเจ็บปวด ความหายนะของผู้อื่น และขาดการเรียนรู้เรื่องความเห็นอกเห็นใจหรือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็เป็นได้ค่ะ

มีเสียงประกอบดังรุนแรง

ถึงแม้ว่าบางรายการภาพจะมีเนื้อหาไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเด็กก็จริง แต่อาจมีเสียงประกอบดังรุนแรงจนเป็นพิษก็เป็นได้ เช่น เสียงกริ่งหรือกระดิ่งนานๆ เสียงร้องโหยหวนของปีศาจ เสียงไซเรนรถ หวีดร้อง เป็นต้น เสียงเหล่านี้อาจทำให้ลูกตื่นกลัวและเกิดอารมณ์วุ่นวายสับสนได้ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงสื่อในลักษณะนี้ค่ะ

เพียงแค่คุรแม่ลองหลีกเลี่ยงสื่อเหล่านี้และหารายการที่สร้างสรรค์ให้ลูกดูก็จะทำให้ลูกได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วล่ะค่ะ

ที่มา – thaihealth

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



6 สถานที่ที่เหมาะพาลูกไปปั่นจักรยาน
กิจกรรมของครอบครัว
กิจกรรมช่วงปิดเทอมสำหรับเด็ก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
วิธีช่วยให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน
กิจกรรมของครอบครัว
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama