fbpx

เลี้ยงลูกให้ดี ต้องตีจริงหรือ? ผลเสียของการตีลูกที่คุณคาดไม่ถึง!

Writer : nunzmoko
: 27 พฤศจิกายน 2560

 

“สังคมมักจะคิดว่า การตีลูกเป็นการทำร้ายแค่ร่างกาย หากแต่แท้จริงแล้ว การตีลูกนั้นให้ผลลบถึงจิตใจลูก ได้เท่ากับการทำทารุณกรรม เพียงแต่ไม่ร้ายแรงเท่า” หากคุณคือคุณพ่อคุณแม่ ที่มีความเชื่อเรื่อง การตีลูก หรือ การลงโทษลูกด้วยไม้เรียวอยู่จนถึงทุกวันนี้ ลองเปิดใจให้ผลวิจัยนี้สักนิด เพราะสิ่งที่คุณทำนั้น อาจจะส่งผลร้ายต่อลูกในอนาคตได้ชนิดที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

ผลเสียของการตีลูก

1. สร้างความเจ็บปวดทางจิตใจ

การดีลูกนั้น เด็กที่ถูกกระทำจะรู้สึก ไม่อยากเข้าสังคม มีความเจ็บปวดทางจิตใจ และแยกแยะสิ่งที่ผิดและสิ่งที่ถูกผิดไป ซึ่งเป็นผลเทียบเคียงกับการทารุณกรรมเด็กเลยทีเดียว ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็คซัส ได้ทำการสำรวจข้อมูลกว่า 50 ปี ผลการศึกษากว่า 75 ชิ้น จากเด็กกว่า 160,000 คน ได้ผลสรุปออกมาอย่างชัดแจ้งแล้วว่า การตีลูกนั้น จะทำให้เด็กเจ็บปวด และทรมานใจ มากกว่า เด็กที่ไม่โดนตี

 

2. มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง

นักวิจัยพบว่า การที่พ่อแม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็กทำให้เป็นแบบอย่างของพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงที่เด็กรับเอาไปทำต่อด้วย จากงานวิจัย Strassberg et al., 1994 ที่ศึกษาจากเด็กวัยอนุบาล 273 คน พบว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ตีจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยที่สุด เด็กที่ถูกพ่อแม่ตีจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากกว่าเด็กที่ไม่ถูกตี และเด็กที่ถูกพ่อแม่ลงโทษอย่างรุนแรงที่สุดในกลุ่ม ก็จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ มากที่สุด หลักฐานจากการวิจัยครั้งนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าการใช้ความรุนแรงต่อเด็กมีผลทำให้เด็กกลายเป็นคนก้าวร้าวอย่างแน่นอน

3. ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับเด็ก

การตีลูกเป็นการสร้างบาดแผลในใจเด็ก ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับเด็ก สร้างความหวาดกลัว ห่างเหิน ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ เกลียดชัง และทำให้เด็กรับเอาทัศนคติที่ชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไปใช้กับคนรุ่นต่อไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

4. ลงโทษบ่อยได้ผลน้อย

การตีลูกมีผลเสียมากมาย แต่ถึงกระนั้น พ่อแม่จำนวนมากก็ยังชอบที่จะตีลูกอยู่ เพราะการตีนั้นทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ชอบทันที (อาจจะด้วยความกลัวหรือตกใจที่ถูกตี) จึงทำให้พ่อแม่สรุปเอาว่าการตีนั้น “ได้ผล” แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ไม่ค่อยตระหนักกันคือ การลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงยิ่งทำบ่อยๆ ก็จะได้ผลน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเด็กจะ “ดื้อไม้เรียว” เมื่อการตีอย่างเดิมไม่ได้ผล พ่อแม่ก็จะเพิ่มความรุนแรงของการลงโทษมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเข้าขั้นทารุณกรรม ซึ่งอาจทำให้เด็กเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้

5. ผู้ใหญ่ที่เคยถูกลงโทษมีพฤติกรรมซึมเศร้า

คนที่เคยถูกลงโทษเหล่านี้ผู้วิจัยพบว่าจะมีอาการซึมเศร้า มีพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย ติดสุรา ทารุณกรรมลูกของตนเอง และทุบตีหรือทำร้ายคู่สมรสของตนเอง (โดยเฉพาะผู้ชาย) สูงกว่ากลุ่มที่ไม่เคยถูกลงโทษด้วยความรุนแรง แสดงให้เห็นว่าการถูกลงโทษด้วยความรุนแรงมีผลเสียที่ร้ายแรงไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ และทำให้มีการใช้ความรุนแรงสืบทอดกันต่อไปเรื่อยๆ ผู้วิจัยเรื่องนี้ถึงกับมีคำแนะนำว่า หากเราต้องการจะกำจัดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน และสังคม เราจะต้องเริ่มด้วยการหยุดใช้ความรุนแรงต่อเด็กให้ได้เสียก่อน

จากข้อสรุปด้านบนจะเห็นได้ว่าการตีลูกมีผลเสียมากมาย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป็นการทำลาย ทั้งความเชื่อใจ ความรัก ความอบอุ่น ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในอนาคตที่จะสร้างความเชื่อใจที่ลูกมีต่อพ่อแม่อีกครั้ง แต่จะดีกว่ามั้ย หากคุณสอนลูกด้วยเหตุผล สอนลูกในเชิงบวกและทำโทษเขาด้วยวิธีที่ดีกว่าการลงไม้ลงมือ

 

ที่มา – prachachat news

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ช่วงวัยของเด็ก ช่วงวัยของเด็ก
18 กรกฏาคม 2561
รวม 8 Single mom สุดแกร่งในวงการบันเทิง
ชีวิตครอบครัว
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
วิธีรับมือเมื่อลูกอาละวาด
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
พาทัวร์โปรโมชั่นเด็ดงาน Baby&Kid Best Buy 1-4 มิ.ย.
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort