fbpx

Brain Scan ค้นหาความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกด้วยลายนิ้วมือ

Writer : blahblahboong
: 3 พฤษภาคม 2561

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า ลูกของเรา โตมาจะเป็นคนแบบไหน ชอบทำอะไร มีนิสัยใจคออย่างไร มันจะทำให้พ่อแม่อย่างเราวางแผนต่างๆ ให้กับลูกง่ายขึ้นไหมนะ

หากการเดินทางต้องการแผนที่ ชีวิตของคนเราก็ต้องการแนวทางในการวางแผนเช่นกัน Brain Scan สถาบันค้นหาพัฒนาศักยภาพ จะมาเป็นตัวช่วยในการวางแผนชีวิตของลูกๆ ให้กับทุกครอบครัวกันค่ะ

รู้จักกับ Brain Scan

ลายนิ้วมือ สิ่งที่มีติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด และจะไม่เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าเราจะเติบโตขึ้นแค่ไหนก็ตาม เชื่อหรือไม่ ลายนิ้วมือ บอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิด

DMIT (Dermatoglyphics Multiple Intelligence Test) เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ได้ทำการรวบรวมข้อมูลลายนิ้วมือของคนแต่ละช่วงวัย ในหลากหลายประเทศ เพื่อนำมาวิจัยและเก็บผลทางสถิติ ทำให้ค้นพบว่า

ลักษณะของลายนิ้วมือแต่ละแบบ มีความสัมพันธ์กับสมองโดยตรง และส่งผลถึงความถนัดในด้านต่างๆ รวมไปถึงแนวโน้มในการพัฒนาศักยภาพในตัวแต่ละคน

ดังนั้นการสแกนลายนิ้วมือและวิเคราะห์ผลของ Brain Scan จึงมีส่วนช่วยให้พ่อแม่เข้าในตัวลูกมากขึ้น สามารถวางแผนอนาคต ส่งเสริมลูกไปในทางเค้าถนัด เพื่อให้เด็กๆ เติมโตได้อย่างมีความสุข และได้ทำในสิ่งชอบอย่างเต็มที่

โตแค่ไหนถึงใช้บริการ Brain Scan ได้

ช่วงอายุมีความสำคัญกับการทำ Brain Scan นะคะ หากมาตอนที่เด็กเกินไป ลายนิ้วมืออาจจะขึ้นไม่ชัดพอที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ดังนั้นช่วงอายุที่เหมาะสมจะแบ่งได้ตามนี้ค่ะ

เด็ก

อายุ 2 – 19 ปี

หากน้องอายุต่ำกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่มาฟังผลการวิเคราะห์ได้ตามลำพัง
แต่ถ้าน้องอายุ 15 ปีขึ้นไป ให้น้องมาฟังผลพร้อมๆ กับคุณพ่อคุณแม่ได้เลยค่ะ

ผู้ใหญ่

อายุ 25 ปีขึ้นไป

สำหรับผู้ใหญ่ การทำ Brain Scan ก็เพื่อเป็นการทำความเข้าใจกับตัวและคนรอบตัว อย่างในกรณีของสามีภรรยา เมื่อเข้ามาวิเคราะห์ลายนิ้วมือของแต่ละคนจะทำให้เกิดความเข้าใจในกันและกัน เมื่อเราเข้าในธรรมชาติของแต่ละคนจะช่วยให้ชีวิตคู่ราบรื่นยิ่งขึ้นค่ะ

Brain Scan บอกอะไรได้บ้าง

สิ่งที่เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่จะได้รับจากการทำ Brain Scan บอกได้เลยว่าเกินกว่าที่คาดคิดไว้มากเลยค่ะ รายงานที่ได้รับมานั้นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย สามารถนำมานั่งดูได้ว่าตัวของลูกเรานั้นมีบุคลิกอย่างไร สามารถเรียนรู้ทางด้านไหนได้ดี โดยในเล่มรายงานนั้นมีสิ่งที่สะดุดตาสะดุดใจเราดังต่อไปนี้ค่ะ

  • ผลการวิเคราะห์นิสัยเบื้องต้น
  • ช่องทางการเรียนรู้สื่อสาร
  • เปอร์เซ็นการทำงานของสมอง 2 ซีก
  • พรสวรรค์ จุดเด่น จุดด้อย
  • ความสามารถ multiple intelligence 10 ด้าน

30 แนวโน้มอาชีพในอนาคต

จากที่เราเห็นตามภาพนะคะ ทาง Brain Scan ได้วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ และนำมาสรุปให้เราเข้าใจแบบง่ายที่สุดเป็น 30 อาชีพที่มีแนวโน้มว่าน้องสามารถเป็นได้ในอนาคต โดยหลักเกณฑ์อยู่ที่ ถ้าอาชีพคะแนนได้เกิน 50% น้องก็สามารถเป็นอาชีพนั้นๆ ได้ค่ะ แต่จะได้มากได้น้อยก็ตามแต่ความถนัดตามของน้องแต่ละคนค่ะ

วางแผนอนาคตลูกด้วย Brain Scan

มาถึงตรงนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงกำลังสงสัยอยู่ว่า Brain Scan เนี่ย ช่วยอะไรพ่อแม่อย่างเราได้บ้าง บอกได้เลยว่า การที่เด็กคนนึงเกิดมา เราไม่สามารถรู้ได้หรอกค่ะ ว่าเค้าจะเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร มีสนใจในสิ่งไหนเป็นพิเศษ

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่พ่อแม่จะหยิบยื่นให้ลูกของเราได้ก็คือ การบังคับกะเกณฑ์ให้เค้าเป็นในสิ่งที่เราต้องการ โดยที่เราเองไม่อาจรู้ได้เลยว่า เนื้อแท้แล้วเค้ามีความต้องที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นอะไรกันแน่

การทำ Brain Scan ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่า ลูกของเรานั้นมีความถนัดในสิ่งใด เมื่อเราเข้าใจในสิ่งเค้าเป็นแล้ว เราก็จะสามารถวางแผนต่างๆ สำหรับอนาคตเค้าได้ ไม่ว่าจะเป็น การเรียน สังคม สภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้ลูกได้เป็นตัวของตัวเองได้อย่างมีความสุขค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม

Facebook : Brain Scan Ratchaphruek

เบอร์โทรศัพท์ : 094-674-8448

ที่อยู่ : The Walk ราชพฤกษ์ ชั้น 2 Education Zone

website : Brain Scan Thailand

 

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
22 เมษายน 2562
เมื่อคุณพ่อ จะต้องwork from home
ชีวิตครอบครัว
++มาระบายสีกันเถอะ (2) ++
กิจกรรมของครอบครัว
คำอวยพรของคนได้เป็นแม่ครั้งแรก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort