fbpx

5 วิธีปรับตัวเมื่อบ้านอยู่ไกลโรงเรียน

Writer : giftoun
: 17 ตุลาคม 2562

ถ้าเลือกได้คุณพ่อคุณแม่คงอยากเลือกให้ลูกนั้นเรียนโรงเรียนที่ใกล้บ้านอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างอาจทำให้ลูกเรียนโรงเรียนไกลบ้านได้ แล้วคุณพ่อคุณแม่และลูกจะมีวิธีปรับตัวเมื่อบ้านอยู่ไกลโรงเรียนได้อย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

ออกจากบ้านให้เร็วขึ้น

การที่ลูกและคุณแม่(หรือคุณพ่อที่ขับรถส่งลูกไปโรงเรียน)นั้นออกจากบ้านให้เร็วขึ้น นอกจากจะทำให้ขับรถได้สะดวกเนื่องจากรถในท้องถนนยังไม่เยอะแล้ว ยังทำให้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

นอนหลับให้เพียงพอ

ถ้าปกติช่วงก่อนไปโรงเรียนลูกนั้นไม่ได้ตื่นเช้าอยู่แล้ว การตื่นเช้ากว่าปกติก็อาจจะทำให้ลูกนั้นง่วงระหว่างไปโรงเรียนและไม่มีสมาธิระหว่างเรียนก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณพ่อและคุณแม่ได้ให้ลูกน้อยได้นอนแต่หัวค่ำจนนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอในตอนกลางคืนแล้ว จะทำให้ลูกมีสมาธิในการเรียนมากยิ่งขึ้น และสนุกกับการไปโรงเรียนมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

หาเพลงฟังระหว่างนั่งในรถ

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถนานๆ ระหว่างเดินทางไปโรงเรียนนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่เปิดเพลงที่ทำให้ลูกนั้นเพลิดเพลินได้ จะทำให้การนั่งในรถนานๆ ของลูกนั้นสนุกขึ้นเป็นกองเลยล่ะค่ะ

เล่นเกมทายคำ

นอกจากการฟังเพลงในรถแล้ว การหากิจกรรมสนุกๆ ทำอย่างการเล่นเกมในรถก็น่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างเช่นการเล่นเกมทายคำที่คุณพ่อหรือคุณแม่จะเป็นคนใบ้คำให้ลูกนั้นทายคำออกมา ถือเป็นการฝึกสมองลูกน้อยภายในตัวค่ะ

ทำบรรยากาศในรถให้ดี

บรรยากาศดีๆ ใครก็อยากอยู่ทั้งนั้น ยิ่งในรถที่จะต้องใช้เวลานานแล้ว การที่คุณพ่อคุณแม่ทำบรรยากาศในรถให้ดีไม่ว่าจะเป็นกลิ่นในรถ การตกแต่งภายในรถ หรือสิ่งอื่นๆ จะทำให้การเดินทางสำหรับลูกนั้นสนุกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะไกลจากบ้านลูกน้อยมากเพียงใด ถ้าคุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวมาดีและมีช่วงเวลาระหว่างการเดินทางที่ดีแล้ว ลูกก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นี้ได้ค่ะ ลองทำตามกันดูนะคะ

ที่มา – เข็นเด็กขึ้นภูเขา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
20 ธันวาคม 2560
8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562