fbpx

ลูกป่วย ลูกไม่สบาย ตกลงเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

Writer : blahblahboong
: 25 ตุลาคม 2561
ไข้หวัด โรคที่ป่วยกันได้ตลอดทั้งปี แถมยังติดต่อกันได้ง่ายอีกด้วย ยิ่งถ้าหากว่าเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ก็ยิ่งอันตรายบางรายถึงขึ้นเสียชีวิตเลยก็มี
แล้วลูกของเราล่ะ ตอนที่ป่วยอยู่นี่เป็นโรคอะไรกันแน่ จะไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่นะ วันนี้มีข้อมูลและวิธีแยกแยะเบื้องต้นของทั้งสองนี้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตและพาลูกไปรักษาได้ทันท่วงทีค่ะ

ไข้หวัด (Cold)

  • เกิดจาก ไวรัส Rhino หรือ Corona
  • อาการไข้ มีไข้ต่ำๆ ไม่เกิน 38°C หรือ ไม่มีไข้เลย
  • ปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามตัวเพียงเล็กน้อย
  • อ่อนเพลียไม่เกิน 1 – 2 วัน
  • อาการไอแห้งๆ
  • น้ำมูกใส
  • เจ็บคอบ่อย ในระยะแรกๆ
  • โรคแทรกซ้อน ไซนัส หรือหูอักเสบ
  • การรักษา รักษาตามอาการ
  • การป้องกัน ไม่มีวัคซีน

ไข้หวัดใหญ่ (Flu)

  • เกิดจาก ไวรัส Influenza A หรือ B
  • อาการไข้ มีไข้สูง 38 – 41°C
  • ปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามตัวมาก
  • อ่อนเพลียนานเป็นสัปดาห์
  • อาการไอหนัก มีเสมหะเหนียว
  • น้ำมูกข้น
  • เจ็บคอน้อยมากๆ
  • โรคแทรกซ้อน หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวม
  • การรักษา ใช้ยา Amantadine หรือRimantadine
  • การป้องกัน ฉีดวัคซีน
Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  โรคเด็กที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
หน้าหนาวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ อย่างโรคอุจจาระร่วง หลังพบว่าผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในปี 2563 มีผู้ป่วยรวมแล้ว 802,637 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 25-34 ปี โดยโรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษหรือสารเคมี สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุและพบได้บ่อย คือ ไวรัสโรต้า (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  เชื้อดังกล่าวพบได้ในช่วงอากาศเย็น ผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยผู้ปกครองควรดูแลเรื่องอาหารของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งไวรัสนี้จะก่อให้เกิดอาการไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียติดต่อกัน 3-5 วัน เนื่องจากเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารหรือเยื่อบุลำไส้บางลง ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารลดลง ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำจะมีอาการรุนแรง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะลดลง ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตาโหล เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือให้ลูกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร และภายหลังขับถ่ายหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และที่สำคัญ ทำความสะอาดของเล่นของลูกอยู่เสมอ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=16590&deptcode=brc&news_views=3623
18 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort