fbpx

7 โรคเด็กที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน

Writer : blahblahboong
: 26 มิถุนายน 2561

หน้าฝนที่เฉอะแฉะเวียนมาอีกแล้ว สิ่งที่มาพร้อมกับฝนก็ไม่ใช่อะไรนอกจากโรคภัยไข้เจ็บที่ทุกคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแกร่งเท่าผู้ใหญ่อย่างเรา หนำซ้ำโรคเด็กยังมีความรุนแรงมากด้วย เรามาดูโรคที่เด็กมักจะเป็นกันในฤดูฝน เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ดูแลและเฝ้าระวังกันนะคะ

โรคท้องเสีย

โรคท้องเสีย คือ การถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน สามารถหายได้เองใน 2-3 วันโดยที่ไม่ต้องรักษา แต่ทำให้ขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ ซึ่งถ้าเป็นมากทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต

อาการ

  • ปวดท้อง
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ถ่ายบ่อยและเป็นน้ำ

สาเหตุ

  • การทานอาหารและดื่มน้ำที่ไม่สะอาดปนเปื้นเชื้อแบคทีเรีย
  • การติดเชื้อไวรัส เชื้อพยาธิ ที่มีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่
  • การแพ้อาหาร เช่น นม เป็นต้น

การดูแลเบื้องต้น

  • ดื่มน้ำเกลือแร่
  • ขับถ่ายในที่ถูกสุขลักษณะ
  • ล้างมือ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค
  • ดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งต่างๆ รอบตัวให้ถูกสุขลักษณะ

โรคไข้เลือดออก

โรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ในฤดูฝนที่มีน้ำขังจึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดี ทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงในช่วงนี้

อาการ

  • มีไข้ขึ้นสูง 3 วันขึ้นไป
  • อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว
  • ตับอักเสบ ปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวา
  • มีอาการเลือดออกง่าย

สาเหตุ

  • ได้รับเชื้อไวรัสจาการกัดของยุงลาย

การดูแลเบื้องต้น

  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ

โรคเยื่อตาอักเสบ (ตาแดง)

โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ดวงตา

อาการ

  • ระคายเคืองตา ตาแดงเส้นเลือดบวม
  • มีอาการอักเสบ
  • น้ำตาลดลง

สาเหตุ

  • ติดต่อจากการสัมผัส ใช้ของใช้ร่วมกัน
  • เกิดจากเชื้อไวรัสที่ปนอยู่ในน้ำ
  • การใช้น้ำไม่สะอาดล้างหน้า
  • ใช้มือสกปรกขยี้ตา

การดูแลเบื้องต้น

  • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง
  • ไม่ใช้มือไม่สะอาดขยี้ดวงตา

โรคมือ เท้า ปาก

พบบ่อยมากในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี และจะพบมากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนมากเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากจะเป็นเด็กที่อยู่ในวัยอนุบาล

สาเหตุ

  • เด็กไปสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirusesปนเปื้อนอยู่

อาการ

  • มีไข้เฉียบพลัน
  • ปวดหัว ปวดท้อง เมื่อยตัว
  • เจ็บคอ เบื่ออาหาร

การดูแลเบื้องต้น

  • เช็ดตัวหรือกินยาลดไข้
  • เน้นทานอาหารเหลว
  • ดื่มน้ำเยอะๆ
  • ทำความสะอาดสิ่งของอยู่เสมอ

โรคน้ำกัดเท้า

เท้าเป็นอวัยวะที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกโดยตรงได้ง่าย โรคน้ำกัดเท้าจึงเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตที่เด็กๆ มักเป็นกันในฤดูฝนค่ะ

อาการ

  • ผิวหนังตรงซอกนิ้วเท้าแดง เมื่อเกาแผลจะแตก มีน้ำเหลืองเยิ้มออกมา

สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อรา

การดูแลเบื้องต้น

  • หลีกเลี่ยงการเดินในที่มีน้ำขัง
  • พบแพทย์ทันทีเพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อน

โรคไข้หวัดใหญ่

เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ มีความรุนแรงมากกว่าโรคหวัดธรรมดามาก พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกเพศวัย เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบบ่อยมากในช่วงฤดูฝน

อาการ

  • ไข้ขึ้นสูง 38-41°C
  • ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
  • ปวดศีรษะมาก
  • อ่อนเพลียมาก
  • เบื่ออาหาร
  • เจ็บในคอ คัดจมูก มีน้ำมูกใสไหล

สาเหตุ

  • ติดต่อผ่านทางการหายใจ
  • การสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง
  • หายใจเอาอากาศที่มีการปนเปื้อนเชื้อไข้หวัด

การดูแลเบื้องต้น

  • นอนพักผ่อนให้มาก
  • ไม่อาบน้ำเย็น
  • เช็ดตัวเมื่อมีไข้สูง

โรคปอดปวม

ภาวะที่เกิดการติดเชื้อในปอด โดยในถุงลมที่ติดเชื้อจะเต็มไปด้วยหนอง เป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหรือหลังเป็นไข้หวัด

สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ไมโครพลาสม่า
  • การได้รับเชื้อรา สาาเคมี

อาการ

  • หายใจลำบาก
  • ไอแห้งๆ ถี่ๆ
  • หายใจเร็ว มีเสียงหวีด

การดูแลเบื้องต้น

  • พบแพทย์ทันที

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562