fbpx

เด็กเอย..ทำไมถึงร้อง รู้ทันเหตุผลของหยดน้ำตา

Writer : blahblahboong
: 17 เมษายน 2561

แง๊~ เสียงที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่และบรรดาผู้ใกล้ชิดกับเด็กทารกต่างก็คุ้นเคยกันดี แน่นอนอาการร้องไห้งอแงขอเด็กๆ สร้างความวิตกกังวลให้ทุกคนเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาดูสาเหตุของเสียงร้องกันว่าที่เด็กทารกเค้าแผดเสียงร้องไห้ออกมาเนี่ย มันเพราะอะไรกันบ้างนะ

หนูเปียก

สาเหตุหลักๆ ของอาการนี้มักจะเกิดจาก ความอับชื้นของผ้าอ้อมหรือแพมเพิสค่ะ คุณแม่จะต้องเช็กให้ดีนะคะ เริ่มจากถอดแพมเพิสออกมาดูความผิดปกติ และเปลี่ยนแพมเพิสอย่างสม่ำเสมอค่ะ

แต่ก็ใช่ว่าเหตุอย่างอื่นจะไม่ส่งผลกับอาการเปียกแฉะ เพราะบางทีอากาศที่ร้อนไป เย็นไป รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ส่งผลให้เกิดความอับชื้นไม่สบายตัวได้เช่นค่ะ

หนูหิว

โดยปกติเด็กจะหิวทุกๆ 2 ชั่วโมง เพราะเด็กแรกเกิดมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ทำให้หิวไว

คุณแม่ลองดูเวลา หากเด็กร้องหลังจากให้นมไป 2 ชั่วโมงแปลว่า “หนูหิว” วิธีแก้ก็ง่ายๆ คุณแม่ลองให้นมน้องทานดูค่ะ จะช่วยให้น้องหยุดร้องได้

หนูง่วง

แค่นอนไม่พอเด็กๆ ก็งอแงได้นะคะ คุณแม่ลองสังเกตุที่ตาของลูกดู หากมีลักษณะปรือๆ มีอาการหาวบ่อยๆ ไม่สนใจของเล่นหรือสิ่งรอบตัว ก็ใช่เลยค่ะ

เมื่อเด็กง่วง ก็ต้องให้เค้านอนค่ะ อาการมาครบแบบนี้ ให้เค้าได้งีบหลับซะหน่อยเถอะนะคะ

หนูป่วย

หากเจ้าหนูร้องแผดเสียงอย่างดัง ให้คุณแม่รีบเช็กก่อนเลยค่ะ ว่าร่างกายส่วนไหนของลูกได้รับบาดเจ็บหรือมีบาดแผลหรือไม่ ตัวร้อนไหม ห้องอืดหรือป่าว

เมื่อเกิดอาการเช่นนี้คุณแม่ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ค่ะ ห้ามซื้อยามาให้ลูกทานเองเด็ดขาด

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 ขั้นตอนล้างมือให้สะอาด
ข้อมูลทางแพทย์
7 ประโยชน์ของอาโวคาโด
อาหาร
5 วิธีที่คุณพ่อเล่นกับลูกได้
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563