fbpx

NEWS: สิงคโปร์ปรับหลักสูตร ยกเลิกการแยกสายในมัธยม ให้เด็กเลือกเรียนตามความสามารถ

Writer : Lalimay
: 8 มีนาคม 2562

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาเป็นอย่างมาก และพยายามพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าและทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการดูแลด้านการศึกษาที่เท่าเทียมและมีโอกาสในการเปลี่ยนการศึกษาของตัวเอง

โดยสิงคโปร์กำลังเริ่มยกเลิกการแยกสายของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมจากที่เคยแยกเป็นสายปกติ (เทคนิค) สายปกติ (วิชาการ) และสายพิเศษ จากคะแนนที่วัดได้ในระดับประถมและมัธยมต้น มาเป็น Subject Base

คือเด็กทุกคนจะได้เรียนวิชาต่างๆ ตามความสามารถและความถนัดของตัวเอง โดยแต่ละวิชาจะแบ่งเป็นระดับวิชา เช่น เด็กทุกคนจะได้เรียนคณิตศาสตร์เหมือนกันหมด จะเป็น 3 ระดับ คือ G1, G2, และ G3 เด็กทุกจะได้เรียน G1 แต่ถ้าใครทำได้ดีจะเลือกเรียน G2 ต่อก็ได้ หรือถ้าไม่ชอบ จะหยุดแค่ G1 ก็ไม่ว่ากัน

นอกจากนี้จะยังมีวิชาที่ให้เลือกเรียนมากขึ้นทุกปี เพื่อให้เด็กๆ หาความชอบที่แท้จริง เช่น ภูมิศาสตร์ วรรณกรรม ดนตรี (ซึ่งการที่ให้เด็กเลือกเรียนได้เองจะทำให้สามารถเรียนพร้อมกันได้หลายวิชาตามความสนใจ)

สำหรับสาเหตุที่สิงคโปร์เริ่มหันมาใช้ระบบการศึกษาแบบนี้ภายในปี 2024 เพราะต้องการลดการตีตราเด็ก เด็กที่คะแนนไม่ดีจะถูกส่งให้ไปเรียนสายไม่เก่ง ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาอาจจะแค่ทำข้อสอบในครั้งนั้นได้ไม่ดีเฉยๆ ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขาประเมินค่าของตัวเองต่ำเกินไป และมองว่าตัวเองเป็นเด็กไม่เก่งไปตลอด

อ้างอิงจาก

bbc.com

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562