fbpx

NEWS: ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี! สำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยง เริ่ม 1 มิ.ย. 2561

Writer : Lalimay
: 28 พฤษภาคม 2561

สปสช. และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการ จัดเตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลใหม่ 3.5 ล้านโด๊ส เพื่อฉีดให้กับประชาชนทุกสิทธิที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ซึ่ง 2 ใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี คือ “หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไปและเด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี” โดยรับได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบบ่อยในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่จะระบาดมากเป็นพิเศษ ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะมีภูมิต้านทานน้อยอาจมีอาการแทรกซ้อน บางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากรายงานเฝ้าระวังโรคโดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคในปีนี้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 21 พฤษภาคม 2561 พบผู้ป่วยจำนวน 48,121 ราย เสียชีวิต 5 ราย ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์  A (H1N1), A (H3N2) และสายพันธุ์ B

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ จึงมีการฉีดวัคซีนให้ฟรีโดยเป็นวัคซีนเชื้อตาย 3 สายพันธุ์ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ได้ผลดี ไม่มีปัญหากลายพันธุ์และมีความปลอดภัย ใช้ในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงในการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ 1) หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2) เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี 3) ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย หลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4) ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไป 5) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6) โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ 7) โรคอ้วน หรือผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีผลช่วยป้องกันได้ร้อยละ 60-70 ดังนั้นการป้องกันตัวเองด้วยการทำร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและล้างมือให้สะอาด รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันตนเองจากการสัมผัสผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort