fbpx

NEWS: โรคพยากรณ์ปี 2561 เฝ้าระวัง 7 โรค 2 ภัยสุขภาพ

Writer : Lalimay
: 3 มกราคม 2561

กรมควบคุมโรคเปิดข้อมูลพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพปี 2561 โดยใช้วิธีวิเคราะห์จำนวน และช่วงเวลาการเกิดโรคต่างๆ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของการเกิดโรคและนำมาพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในปี 2561 เพื่อได้เฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งนพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ. ได้ระบุว่ามี 7 โรค 2 ภัยสุขภาพที่จะต้องเฝ้าระวังในปี 2561 

โรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่

1.ไข้เลือดออก: คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 50,000 ราย จึงขอชวนประชาชนร่วมกันกำจัดยุงลายตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1)เก็บบ้าน 2)เก็บขยะ และ 3)เก็บน้ำ เพื่อป้องกันไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และติดเชื้อไวรัสซิก้า

2.ไข้หวัดใหญ่: คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 220,000 ราย จึงขอให้ประชาชนใช้มาตรการ ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ และไม่ได้รุนแรง คาดการณ์ว่าสายพันธุ์ B น่าจะมากขึ้นในปี 2561

3.มือ เท้า ปาก: คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 94,000 ราย วิธีป้องกันคือรักษาความสะอาดร่างกาย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน

4.ตาแดง: คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 146,000 ราย

5.อาหารเป็นพิษ: คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 100,000 ราย

6.ไข้ฉี่หนู: คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 5,000 ราย จึงขอแนะนำประชาชนว่าให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนที่ชื้นแฉะ เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำหรือดินโดยตรง

7.เมลิออยโดสิส: เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไปทำลายเนื้อเยื่อหรือปอด ทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย หรือเลือด  คาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 3,000 ราย โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงประมาณ 20-30%

สำหรับภัยสุขภาพที่สำคัญมี 2 เรื่อง ได้แก่

1.บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในช่วง เทศกาลปีใหม่และสงกรานต์: สิ่งสำคัญอยากให้ระมัดระวังเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนระหว่างเดินทางขับขี่ยานพาหนะ เพราะเสี่ยงก่ออุบัติเหตุมากที่สุด

2.ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจในช่วงปัญหาหมอกควันภาคเหนือ: โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนและโรคปอดบวม/ปอดอักเสบ

อ้างอิงจาก

ภาพจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  โรคเด็กที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama