fbpx

ในช่วงCovid-19 ยังสามารถไปบริจาคเลือดได้หรือไม่

Writer : OttChan
: 10 เมษายน 2563

ตอนนี้คงเป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับโรคระบาดที่ชื่อว่า Covid-19 ทั้งการกักตัว, การทำงานที่ต้องทำที่บ้านและหมั่นคอยสังเกตตนเองว่าเข้าข่ายหรือไม่ แต่ในระหว่างที่วิกฤตนี้กำลังเกิดก็มีอีกหนึ่งวิกฤตที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน นั่นก็คือการบริจาคเลือดที่เริ่มขาดแคลนผู้บริจาค เนื่องจากเกิดเหตุโควิดขึ้นมาจึงทำให้เราต่างกลัวว่าจะติดเชื้อเพิ่มเอาได้หรือกลัวว่าตนจะกลายเป็นพาหะของโรคไปแพร่สู่ผู้อื่น แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่มั่นใจว่ายังสามารถไปบริจาคได้หรือไม่และต้องทำอย่างไรจึงจะได้ช่วยเหลือในสภาวะที่เลือดขาดแคลนเช่นนี้

ดังนั้นจะต้องมีการเช็คกันหน่อยค่ะว่าหากเราอยากไปบริจาคเลือดจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้

คุณสมบัติคนจะไปบริจาคเลือดช่วง covid-19

  • วัดไข้แล้วอุณภูมิไม่เกิน 37.5
  • ไม่พักอาศัยหรือพึ่งกลับมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงในการติดCovid-19
  • ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย Covid-19
  • หากเคยติดเชื้อCovid-19 และหายป่วยงดบริจาคเป็นเวลา 1 เดือน
  • ถ้าไม่แน่ใจว่าได้รับเชื้อมาหรือไม่ควรงดบริจาคชั่วคราว
  • กรณีพบว่าตนติดCovid-19 หลังบริจาคต้องรีบแจ้งหน่วยงานที่รับบริจาคทันที

 

เตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดได้อย่างไรบ้าง

  • นอนหลับให้เพียงพอ 8-10 ชั่วโมง
  • ไม่ทานยาแก้อักเสบหรือยาลดไข้ต่างๆ ก่อนมาบริจาค
  • รับประทานข้าวเช้าให้เรียบร้อย
  • ไม่มีอาการท้องเสียหรือถ่ายท้องก่อนบริจาค 7 วัน
  • ดื่มน้ำเกิน 3-4 แก้วก่อนบริจาค
  • เลี่ยงอาหารไขมันสูงก่อนบริจาค

 

ที่มา : sanook , bangkokbiznews

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
Banner Banner
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาว โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง โดยพบอัตราผู่ป่วยมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ประกอบกับช่วงนี้ที่เด็กในบางพื้นที่ต้องหยุดอยู่บ้านหรือศึกษาที่บ้านเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ติดโรคนี้จากเด็กในชุมชนเดียวกันได้ อาการของเด็กที่เริ่มป่วยโรคมือ เท้า และปากนั้นจะเริ่มจากการมีไข้อ่อนๆ อ่อนเพลีย 1-2 วันต่อมาจะมีอาการเจ็บปาก และมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากสังเกตแล้วอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีไข้สูง ซึมลง ชัก เกร็ง หายใจหอบ หรืออาเจียนในปริมาณมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้แล้ว นายแพทย์โอภาศยังกล่าวแนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลบุตรหลานในช่วงอยู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเล็กนั้นอาจไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้  และได้แนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า และปากดังนี้ ลดการสัมผัสเชื้อ ไม่นำมือสกปรกสัมผัสใบหน้า เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสของเล่น ของใช้อย่างอื่นอาจกระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ ก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ หากบุตรหลานป่วย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะให้ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร แยกของใช้และของเล่นไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นๆ อ้างอิงจาก https://bit.ly/3sKDNIN
22 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort