fbpx

มีผื่นที่ตัวหนู! ทำความรู้จักโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

Writer : Lalimay
: 18 กันยายน 2563

ทำไมลูกถึงมีผื่นขึ้นตามตัว อาการแบบนี้คือแพ้อะไรรึเปล่า? นี่อาจเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนพบเจอและเป็นกังวลไม่ใช่น้อยว่าลูกรักจะเป็นอันตราย เรื่องของผิวหนังเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม แต่แท้จริงแล้ว ผิวหนังมีความสำคัญต่อเรามากๆ เพราะถือเป็นด่านหน้าในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องใส่ใจในเรื่องผิวหนังของลูกมากเป็นพิเศษ

ซึ่งโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้น เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่รู้ วันนี้เราจึงได้สรุปข้อมูลดีๆ จากงานเสวนาให้ความรู้เรื่อง “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ภัยใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม” ที่จัดขึ้นโดยสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ และชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กฯ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคที่มีอาการผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ พบบ่อยในเด็ก แต่ก็พบในผู้ใหญ่เช่นกัน โดยจะมีผื่นขึ้นตามตัวหรือบริเวณต่างๆ ของร่างกาย อาการของโรคจะวินิจฉัยแตกต่างจากผื่นอื่นๆ จากการดูลักษณะของผื่นและตำแหน่งที่เกิดเป็นหลัก คือ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีลักษณะแบบเอ็กซีมา (ECZEMA) เป็นผื่นแดง ขุย คัน ที่มีตุ่มน้ำขนาดเล็กด้านบน มีอาการคันมาก และจะแห้งเป็นสะเก็ด ถ้าเป็นเรื้อรังผิวตรงส่วนนั้นจะหนาขึ้น นอกจากนี้ลูกยังมีอาการร้องกวน งอแง เพราะไม่สบายตัว

 

ตำแหน่งของผื่น

  • เด็กเล็ก (อายุ 2-3 เดือน ถึง 2 ปี) : บริเวณแก้ม และรอบริมฝีปาก บริเวณด้านนอกแขนขา ศอกเข่า
  • เด็กโตและผู้ใหญ่ : บริเวณข้อพับแขน-ขา คอ และข้อมือ

 

สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

หลักๆ คือ มีความบกพร่องของการสร้างเซลล์ผิว โครงสร้างผิวหนังไม่สมบูรณ์เลยทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองบ่อย ในปัจจุบันยังหาสาเหตุของโรคได้ไม่แน่ชัด เพราะอาจมีหลายปัจจัยรวมกันที่ก่อให้เกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ ไม่ได้หมายความว่าลูกต้องแพ้อะไร โดยมีด้วยกันอยู่ 2 สาเหตุคือ

ปัจจัยภายใน : เกิดจากกรรมพันธุ์ที่ทำให้ผิวหนังมีการสร้างที่ผิดปกติ ร่วมกับมีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกกระตุ้นได้ง่ายจากปัจจัยภายนอก และหากพ่อหรือแม่เป็นภูมิแพ้ ไม่ว่าจะแพ้อะไรก็ตาม เช่น ภูมิแพ้อากาศ แพ้อาหาร ลูกก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ 

ปัจจัยภายนอก : การอยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวจัดก็จะทำให้ผิวแห้ง หรืออากาศร้อนจัดก็ทำให้เหงื่อออก ซึ่งการอยู่ในสภาวะอากาศแบบนี้จึงจะทำให้เกิดการคันได้ง่าย และมีการเกาจนเกิดการอักเสบ อีกทั้งยังอาจเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง บางส่วนอาจมีการแพ้อาหารหรือแพ้สารในอากาศ

 

โรคอาจกำเริบได้จาก

  • การเกา 
  • การติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  • ทานอาหารที่แพ้ เช่น ไข่ นม
  • สัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้
  • การอาบน้ำร้อน
  • สภาพอากาศร้อนหรือหนาวไป
  • ความครียด

 

วิธีการดูแลรักษา

รักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ

  • การอาบน้ำ : ไม่ควรใช้น้ำที่อุ่นจนร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ใช้เวลาในการอาบเพียงแค่ 5-10 นาทีก็พอแล้ว เพราะการอาบน้ำจะเป็นการขจัดสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองออกไปจากผิว แต่ ควรเลือกใช้สบู่อ่อนๆ ที่ไม่ชะล้างไขมันออกจากผิวหนังมากจนเกินไป และไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกิดไป
  • การทาโลชั่นบำรุงผิว : ถือเป็นสิ่งสำตัญมากๆ ให้ทาทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ เช็ดตัวหมาดๆ แล้วทาโลชั่นได้เลย ต้องเลือกที่ไม่มีสารเคมี เช่น น้ำหอม หรือสารกันเสีย ควรทาครีมให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดจะช่วยลดการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้
  • ปรับพฤติกรรม : พยายามอย่าให้ลูกเกาผื่นที่คัน ตัดเล็บให้สั้นและตะไบไม่ให้เล็บคม อาจให้ลูกใส่เสื้อผ้าแขนขายาว แต่เป็นผ้าที่อ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิว หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้โรคกำเริบ และอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป

โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังไม่ได้มีวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยให้หายขาด แต่เด็กส่วนใหญ่จะหายขาดได้ด้วยตัวเองจากช่วงวัยที่โตขึ้น คือ ถ้าเด็กที่เป็นโรคนี้ก่อน 2 ขวบ มีโอกาสที่จะหายเองในช่วง 5-8 ขวบ แต่ถ้าเป็นตอนที่เป็นเด็กโตหรือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็มีโอกาสหายได้ช้า รวมไปถึงถ้าเป็นน้อยก็มีโอกาสหายเร็ว เป็นมากก็มีโอกาสหายช้า

นอกจากนี้หากมีการดูแลรักษาผิวที่ดี มีการใช้ยาทาอย่างเหมาะสมก็จะช่วยควบคุมอาการของโรคได้

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

  • ไม่จำเป็นต้องไปตรวจเพิ่มเติมว่าลูกแพ้อะไร
  • ไม่ได้เกิดจากแพ้นมวัวหรือแพ้อาหารเสมอไป
  • ไม่แนะนำให้งดอาหารเอง
  • แป้งเด็กไม่ได้ช่วยลดอาการคัน : จริงๆ เราไม่ควรทาแป้งเด็กให้ลูก เพราะฝุ่นแป้งอาจทำให้ปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิงก็ไม่ควรทาที่อวัยวะเพศ เนื่องจากมีโอกาสทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้ หากใช้ก็ต้องล้างแป้งออกให้สะอาดทุกครั้ง
  • โลชั่นให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าเบบี้ออยล์ 
  • ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นภูมิแพ้อากาศหรือหอบหืดเพิ่มขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort