fbpx

พ่อแม่ต้องรู้! โรคสมาธิสั้นเทียม เกิดขึ้นได้กับเด็กติดหน้าจอ

Writer : OttChan
: 22 สิงหาคม 2563

โดยปกติแล้วเด็กจะสามารถดูหน้าจอต่างๆ ได้ในช่วงอายุเกิน 2 ปีไปแล้วแต่ปัจจุบันนั้นการห้ามใช้จอทำได้ยากมากๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีซึ่งหากลูกติดหน้าจอหรือใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ผลกระทบแรกที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลก็คือสุขภาพร่างกายของลูก

เพราะการติดจอนั้น ส่งผลให้เป็นทั้งโรคอ้วน จากการนั่งนอนไม่ขยับไปไหน, ทานอาหารที่ไม่หลากหลาย, ใช้สายตามากเกินไปจนอาจต้องตัดแว่น และอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้ใครคือโรคสมาธิสั้น ยิ่งเห็นภาพที่ขยับอย่างรวดเร็วหรือการตัดที่ไวมากแค่ไหนก็ยิ่งทำให้สมาธิของลูกนั้นว่อกแว่กได้ง่ายซึ่งปัจจุบันเด็กที่มีอาการของสมาธิสั้นมีมากถึงร้อยละ 5-10

โรคสมาธิสั้นนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น โรคสมาธิสั้นและสมาธิสั้นเทียมซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับอาการสมาธิสั้นเทียมที่เกิดจากการใช้มือถือมากเกินไปกันค่ะ

โรคสมาธิสั้นเทียมหรือไฮเปอร์เทียม

คงเป็นคำที่ติดปากคุณพ่อคุณแม่หลายท่านว่า ลูกเรานั้น ช่างไฮเปอร์หรืออยู่ไม่สุข แรกๆ อาจมองเป็นพัฒนาการตามวัยแต่หากมีมากเกินไปก็คงต้องเริ่มสังเกตแล้วว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่าซึ่งอาการดั่งกล่าวนั้นคือส่วนหนึ่งของอาการสมาธิสั้นในเด็กนั่นเองค่ะ

อาการสมาธิสั้นประกอบไปด้วย hyperactive (ความซนไม่หยุดนิ่ง), inattention (ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ),impulsivity ( ขาดการไตร่ตรองและรอบคอบ) แต่กับอาการสมาธิสั้นเทียมหรือไฮเปอร์เทียมนั้นมีอาการที่คล้ายกับสมาธิสั้นธรรมดามาก การแยกว่าเป็นจริงหรือเทียมสังเกตได้จากกรรมพันธุ์ของพ่อแม่ที่ส่งมาถึงลูก หากในบ้านมีใครที่มีประวัติเป็นสมาธิสั้น บุตรหลานของเราก็คงจะได้รับถ่ายทอดมาไม่มากก็น้อย

แต่หากไม่มีใครในครอบครัวมีประวัติว่าเป็นสมาธิสั้นหรืออาการไฮเปอร์แต่เจ้าตัวเล็กมีทั้งอาการว่อกแว่ก, อยู่ไม่สุขเกินพอดี, ใจร้อน, อะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะเริ่มอารมณ์เสีย ก็มีแนวโน้มสูงว่าลูกๆ ของเราเป็นโรคสมาธิสั้นเทียมเข้าแล้ว

 

สาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นสมาธิสั้นเทียม

พอขึ้นชื่อว่าเทียมแล้วแน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของอาการไม่ได้เกิดมาจากกรรมพันธุ์หรือภาวะแทรกซ้อนของสมองใดๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแต่เป็นเรื่องของระบบการใช้ชีวิตที่ทำให้เด็กส่วนมากเข้าข่ายหรือเป็นโรคสมาธิสั้นเทียม และพฤติกรรมที่ทำให้เจ้าตัวเล็กของบ้านเป็นสมาธิสั้นเทียม ก็คือ

  • อยู่กับหน้าจอต่อวันเป็นเวลานานเกินเหมาะสม
  • คุ้นชินกับความรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตจนทำให้รอไม่เป็น
  • ได้รับสารทางเดียวตลอดในการเรียนรู้

 

อาการของเด็กที่เป็นสมาธิสั้นเทียม

เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุแล้วว่าเหตุใดจึงทำให้เด็กๆ ในบ้านเป็นโรคสมาธิสั้นเทียมแล้ว มาดูอาการหรือผลกระทบจากจากเป็นสมาธิสั้นกันค่ะ ว่าส่งผลอย่างไรบ้างกับเจ้าตัวน้อยของเรา

  • อารมณ์ร้อน, ฉุนเฉียวง่าย
  • รอไม่เป็น, กระวนกระวาย ว่อกแว่กง่าย
  • เอาแต่ใจตนเอง ไม่ได้ดั่งใจจะโวยวาย งอแงทันที
  • ไม่มีสมาธิในการเรียน

 

วิธีรักษาหรือดูแลเด็กสมาธิสั้นเทียม

สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือ เข้าใจความสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวเล็กของเราค่ะ แน่นอนว่าเมื่อเห็นเขาไม่ตั้งใจเรียนหรือติดจอมากเกินไปจนเป็นสาเหตุให้มีอาการดังกล่าว ก็อาจจะรู้สึกฉุนเฉียว, ไม่พอใจ แต่เราต้องทำใจให้เย็นขึ้นเพื่อมามองปัญหา และแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องไปพร้อมๆ ซึ่งการแก้ครั้งนี้เองก็ต้องอาศัยความร่วมมือของอาจารย์ที่ดูแลลูกของเราที่โรงเรียนด้วยนะคะ จะมีการแก้ไขอย่างไรบ้างไปดูกัน

  • ให้คุณครูจัดที่นั่งด้านหน้าไม่ติดหน้าต่างหรือประตู เพราะอาจทำให้หันเหไปสนใจอย่างอื่นได้ง่าย
  • เวลาเขาทำสิ่งใดสำเร็จหรือใช้สมาธิอย่างเต็มที่ต้องชมเชยให้เขารู้สึกได้รับกำลังใจ จะทำให้เขาตั้งใจทำทุกครั้ง
  • ทำข้อตกลงแบ่งเวลาการใช้จออย่างชัดเจนในแต่ละวันเพื่อควบคุมการใช้ อาทิจำกัดเวลาดูโทรทัศน์, การใช้ไอแพด, โทรศัพท์มือถือ
  • ฝึกวินัยการรอคอยเช่น การรอได้ของเล่น, การรอได้ทานอาหารที่ชอบ
  • หากิจกรรมที่ทำให้ได้ฝึกสมาธิมาเล่นกับลูก เช่น การวาดภาพ, ปลูกต้นไม้, อ่านหนังสือ, ปั้นดินน้ำมัน

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลคือใช้เวลากับเด็กๆ ของเราให้มากขึ้น อย่าให้โทรศัพท์มือถือเป็นพี่เลี้ยงแทนเพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้ใช้เวลาพูดคุยและเรียนรู้เจ้าตัวน้อยมากๆ ก็จะทำให้เขาไม่ติดจอ อยากใช้เวลาอยู่กับเรา นอกจากจะได้แก้ปัญหาอาการสมาธิสั้นเทียมแล้ว ยังช่วยให้ความสัมพันธ์ของตนในบ้านดีขึ้นอีกด้วย

สนับสนุนโดย : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ที่มา : amarinbabyandkids , windmilleec , mgronline , manarom

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
4 พฤศจิกายน 2563
7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
จากกรณีที่เป็นดราม่าร้อนระอุบนโลกโซเชียลเมื่อวานนี้ กับการลงคลิปจับก้น-จับพุงลูกสาวของคุณหนึ่ง จักรวาล ที่หลายๆ คนมองว่าไม่เหมาะสม  โดยล่าสุดคุณหนึ่งก็ได้ขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวระบุข้อความว่า “จากเรื่องราวของโซเชียลที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรื่องที่ผมจับก้นลูก หรืออะไรก็ตาม ก่อนอื่นผมต้องขออภัยและขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง เป็นเรื่องปกติที่จะมีคนมองต่างมุม ซึ่งผมก็ยอมรับและเข้าใจในความคิดเห็นที่มองว่าไม่สมควร ต่อจากนี้ผมจะระมัดระวังการแสดงออกความรักกับลูกให้เหมาะสมมากกว่านี้ครับ และผมขอสนับสนุนการแสดงออกถึงความรักในครอบครัวให้อยู่ในขอบเขต และการเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน” ปกติแล้วการแสดงออกทางความรักของคนในครอบครัว อย่างกอดกันหอมกันคงเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ใช่ว่าทุกที่ในร่างกายของลูกจะเป็นส่วนที่สัมผัสได้ แม้ว่าจะเป็นพ่อแม่ก็ตาม ซึ่งที่ต่างประเทศก็ได้มีการสอนเรื่องนี้ให้แก่เด็กๆ อย่างชัดเจน โดยทางเพจ Drama-addict ก็ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสัมผัสเด็กอย่างเหมาะสมดังนี้ สัมผัสที่ปลอดภัย : เป็นการสัมผัสจากคนที่เด็กรู้สึกรัก เมื่อสัมผัสแล้วลูกสบายใจและรู้สึกดี เช่น พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่รักกอดหรือจุ๊บแก้มเบาๆ  สัมผัสที่ไม่ปลอดภัย : เป็นการสัมผัสที่ทำให้เด็กรู้สึกไม่ดี และต้องสอนให้ลูกปฏิเสธสัมผัสเหล่านี้และขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ได้ เช่น การทำให้เด็กเจ็บตัว ตบ ตี หยิก หรือสัมผัสอวัยวะในตำแหน่งที่ไม่ควรแตะต้อง อย่าง หน้าอก ก้น ต้นขา อวัยวะเพศ สัมผัสที่ไม่ต้องการ : เป็นการสัมผัสที่เด็กรู้สึกไม่ชอบหรือไม่ต้องการ แม้จะเป็นเจตนาดีก็ตาม เช่น เด็กถูกเพื่อนบ้านหยิกแก้ม หรือจุ๊บฟอดใหญ่ อ้างอิงจาก https://www.komchadluek.net/hot-social/489943 https://www.facebook.com/thestandardth/posts/2884048058554734  
27 ตุลาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama