fbpx

การล่วงละเมิดทางเพศของเด็ก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

Writer : OttChan
: 25 กุมภาพันธ์ 2563

ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เราคงไม่ทันได้สังเกตว่าความน่ากลัวในสังคมอย่างเรื่องการคุมคามของเพศของเด็กกำลังเกิดขึ้นอยู่ทุกวันและใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ  ใกล้ขนาดที่จากปกติเราต้องระวังคนแปลกหน้ากลับต้องเริ่มระวังคนรู้จักที่รู้หน้าไม่รู้ใจ และขยับใกล้เข้ามาอีกคือระวังแม้แต่เครือญาติของตัวเอง

บางครั้งเราอาจคิดว่าคนใกล้ตัวนั้นไว้ใจได้และมีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะให้คอยช่วยดูแลและเลี้ยงดูบุตรหลานในบ้าน แต่อย่าลืมว่ายิ่งทำให้เด็กและตัวเราไว้วางใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้การระมัดระวังตัวของเราน้อยตามลงไปด้วย

ดังนั้นแล้วเมื่อเกิดความผิดปกติใดๆ ก็ต้องรีบสังเกตอย่างฉับไวว่าเด็กๆ ที่บ้านมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกันหรือไม่

อาการที่บ่งบอกว่าถูกล่วงละเมิด

  • พฤติกรรมเปลี่ยนฉับไว
  • เริ่มมีอาการตื่นตระหนก, หวาดกลัว
  • เกิดร่องรอยบาดเจ็บตามจุดลับที่ไม่น่าเกิดจากโรคหรือความเจ็บป่วย
  • มีความระแวดระวังบุคคลหรือกลุ่มคนบางกลุ่มเป็นพิเศษ
  • ไม่กล้าอยู่เพียงลำพัง
  • เกิดการทำร้ายตัวเอง, ซึมเศร้าไม่พูดไม่จา
  • ฝันร้ายหรือนอนไม่หลับอยู่ซ้ำๆ

หากเข้าข่ายเกิน 2-3 ข้อผู้ใหญ่อย่างเราก็ต้องรีบเข้าไปดูแลและถามไถ่เพราะแม้จะไม่ใช่การถูกคุกคามแต่ถ้าเด็กในบ้านมีอาการร่วมเข้ามากๆ ก็อาจจะเกิดปัญหาทางจิตใจในด้านอื่นอยู่ก็เป็นได้เช่น ถูกรังแกหรือข่มขู่จากบุคคลอื่นๆ, มีปัญหาภายในครอบครัวหรือโรงเรียน ซึ่งเรื่องของสภาพจิตใจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินจะคาดเดา จำต้องค่อยๆ เข้าไปช่วยด้วยความเป็นมิตรเห็นอกเห็นใจ มากกว่าการดุด่าหรือตำหนิติเตียน

การเข้าหาและช่วยเหลือ

  • พูดคุยและปลอบโยน, แสดงความเป็นห่วงเป็นใย
  • มีสติรับฟังเรื่องที่เด็กเล่าแม้จะรู้สึกเหลือเชื่อ, ไม่น่าเป็นไปได้ก็ตาม
  • ไม่คาดคั้นหรือบีบบังคับให้เล่าทุกอย่างในทันทีเพราะบางครั้งตัวเด็กยังมีอาการตื่นกลัว, ไม่สามารถประติดประต่อเรื่องได้
  • พยายามอยู่เป็นเพื่อนหรือไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ลำพัง
  • หากมีหลักฐานมากพอติดต่อหน่วยงานให้ช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กและช่วยหยุดพฤติกรรมนี้ไม่ให้เด็กคนอื่นต้องพบเจออีก
  • พาเด็กไปตรวจร่างกายหรือรักษากรณีถูกกระทำมารุนแรง ในส่วนนี้เองรวมไปถึงการเก็บหลักฐานอีกด้วย

การถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรเพิกเฉยไม่ว่าจะกับเด็กหรือผู้ใหญ่แต่เพราะเด็กนั้นยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของคนที่แข็งแรงกว่าและมีพลังมากกว่าที่จะเข้ามาปกป้องและช่วยเหลือให้ชีวิตของพวกเขามีอนาคตที่ดีกว่าเดิม อย่าทำเมินไม่สนใจต่อความเปลี่ยนแปลงของลูกหลานที่บ้าน, อย่ากลัวที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นคนภายในบ้านหรือคนมีชื่อเสียงน่าเคารพ

เพราะสิ่งที่เราจำเป็นและควรใส่ใจมากที่สุด คือ ความรู้สึกและอนาคตของเด็กคนนึงที่ควรจะได้มีชีวิตที่ดีต่อไป

 

ที่มา : thaichildrights.org , mgronline , thaihealth

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เมื่อคุณพ่อ จะต้องwork from home
ชีวิตครอบครัว
Update
การเป็นคุณแม่นี่ใครบอกว่าจะเป็นได้สบายๆ เพราะนอกจากจะต้องอุ้มครรภ์ตั้ง 9 เดือนแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับภาวะ "โรคซึมเศร้าหลังคลอด" ด้วยนั่นเอง โรคซึมเศร้าหลังคลอด คือ โรคยอดฮิตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่รวดเร็ว ทำให้อารมณ์ของคุณแม่มีการแปรปรวน โดยเฉพาะเมื่อตอนที่อยู่กับลูกน้อย ที่เราจะต้องดีใจเมื่อได้คลอดเขาออก แต่มันกลับตรงกันข้าม!! ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ทรมานใจของแม่ๆ มากเลยค่ะ หลายคนมักจะสับสนกับ Baby blue ซึ่งเป็นอาการเศร้าเล็กน้อยของแม่ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ว่าแตกต่างกันตรงที่ Baby blue คุณแม่จะหายหลังจากวันคลอดประมาณ 2-3 วัน อาจเพราะเหนื่อยล้า และยังไม่ชินกับการมีลูกน้อย แต่ว่าโรคซึมเศร้าหลังคลอดจะไม่หายเลย ถ้าหากคุณแม่ไม่ได้รับการรักษา กรณีที่ร้ายแรงที่สุด คือ ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะมาแชร์ 10 ความในใจที่คุณแม่ซึมเศร้าหลังคลอดอยากบอกให้ทุกคนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคนี้ เเละช่วยกันให้กำลังใจคุณแม่ๆ กันด้วยนะคะ (more…)
25 กันยายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort