fbpx

หากพ่อแม่ไม่เก่งภาษา ควรสอนลูกสองภาษาอย่างไร

Writer : Jicko
: 30 เมษายน 2562

ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นภาษาสำคัญสำหรับเด็กๆ ในปัจจุบัน เป็นภาษาที่สามารถเปิดโอกาสในด้านต่างๆ ให้กับเด็กๆ ได้ ทั้งการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิต แต่หากคุณพ่อคุณแม่อย่างเราไม่เก่งภาษาอังกฤษล่ะ ทั้งการฟัง การพูด แม่ไม่ถนัดเอาเสียเลย จะมีวิธีการสอนลูกให้เก่งหรือรู้ภาษาได้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

1.คุณพ่อคุณแม่ต้องเลิกพูดว่า “ฉันอ่อนภาษา”

หากคุณพ่อคุณแม่จะสอนลูก เราต้องบอกตัวเองเสมอว่าเราทำได้ และเชื่อมั่นว่าเราทำได้เสียก่อน เลิกบอกกับตัวเองว่าเราเป็นคนอ่อนภาษา เพราะเหมือนจะเป็นการตอกย้ำจิตของเราว่าเราไม่เก่ง เพราะฉะนั้นหากเราสามารถสอนลูกพูดภาษาไทยได้ นั้นก็แปลว่าไม่ว่าจะภาษาไหน เราก็สอนได้เช่นกัน เพียงแค่ฝึกฝนซ้ำๆ ก็เก่งได้นั้นเองค่ะ

2.เรียนรู้ไปพร้อมกับลูกไปเลย

ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกภาษาอีกทางหนึ่ง พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส หาหนังสือที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นนิทาน หนังสือแกรมมาร์พื้นฐาน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การติดชื่อหรือคำศัพท์ต่างๆ ไว้กับของเล่นที่เด็กๆ ต้องเรียนรู้คำศัพท์ หรือการติดประโยค หรือคำศัพท์ไว้ที่ฝาผนังบ้าน ค่อยๆ เรียนรู้และสอนไปพร้อมกับลูก คุณพ่อคุณแม่เองก็จะได้อัพเกรดตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

3.หนึ่งคน หนึ่งภาษา

หนึ่งคน หนึ่งภาษา หรือที่เรียกว่า One Parent One Language เป็นระบบที่ได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการสอนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องตกลงกันว่าใครจะรับบทบาทภาษาอังกฤษ หรือใครจะรับบทบาทเป็นภาษาไทย หรือภาษาอื่นๆ ที่ต้องการฝึกฝนลูก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยคล่องภาษา ก็อาจจะให้คนอื่นๆ ในครอบครัวรับผิดชอบสื่อสารกับลูกเป็นภาษานั้นๆ เมื่ออยู่กับลูกนั้นเองค่ะ และที่สำคัญไม่ควรใช้วิธีไทยคำอังกฤษคำ เพราะจะทำให้ลูกนั้นสับสน เพราะเด็กๆ ช่วงแรกนั้นยังมีคำศัพท์ไม่มากพอ แต่หากฝึกไปเรื่อยๆ แน่นอนค่ะว่าเขาจะเรียนรู้คำศัพท์มากขึ้นและสื่อสารได้อย่างเหมาะสมนะคะ

4.ฝึกจากคำศัพท์รอบตัว

หากไม่รู้จะเริ่มยังไง ง่ายๆ เลย ก็คือคำศัพท์จากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันค่ะ ไม่ว่าเด็กๆ จะอยู่ห้องไหนที่ไหนก็ตาม เมื่อเราอยากให้เขาได้เรียนรู้ เราก็อาจจะลองถาม ชี้สิ่งของไปรอบๆ ตัว เช่น อาหาร แล้วบอกลูกว่าสิ่งไหนเรียกว่าอะไร ซ้ำๆ ทุกวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มคำ หรือประโยคง่ายๆ เช่น คำสั่ง คำถาม ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในแต่ละวัน แบบนี้ ทั้งคุณพ่อคุณแม่เองทั้งตัวลูกเองก็ได้ฝึกภาษากันทั้งคู่นั้นเองค่ะ

5.เล่นเสริมทักษะ

คุณพ่อคุณแม่ลองหาของเล่นสีสันสดใส เกี่ยวกับภาษามาให้เด็กๆ เล่น อย่างเช่น พวกบัตรคำต่างๆ ตุ๊กตามีเสียงพูดได้สองภาษา หรือสมุดเพลงภาษาอังกฤษ มีตัวการ์ตูนน่ารักๆ หรืออย่างการเปิดเพลงภาษาอังกฤษ ก็เป็นการฝึกฝนให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างเพลิดเพลิน สนุกสนาน ให้เขาได้เล่น ได้ฟัง บ่อยๆ  เขาจะค่อยๆ ซึมซับคำศัทพ์โดยอัตโนมัติจากการเล่น โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยแนะนำอยู่ข้างๆ ค่ะ

6.เรียนรู้ภาษาจากโรงเรียน

ในเมื่อเราไม่ค่อยเก่งภาษาสักเท่าไหร่ สอนได้เฉพาะสมัยเขายังเด็กๆ พอโตขึ้นคำศัพท์ก็ยากขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องส่งเสริมให้ลูกเรียนโรงเรียนสองภาษา หรือโรงเรียนนานาชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษให้กับลูก หรือจริงๆ ก็สามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนปกติได้ แล้วเสริมทักษะด้านภาษาด้วยการเรียนเสริม ที่สถาบันภาษาเพิ่มเติมได้นั้นเองค่ะ แต่ยังไงก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือและองค์ประกอบหลายๆ อย่างของครอบครัวด้วยนะคะ ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ควรส่งเสริมเขาอย่างเหมาะสมนะคะ

เห็นไหมคะว่าไม่มีอะไรที่คุณพ่อคุณแม่อย่างเราทำไม่ได้ ขอเพียงแค่เราสู้และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เราก็จะกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่สามารถสอนลูกได้แล้วค่ะ ถึงแม้จะสอนได้ไม่มาก อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้จากคนที่เขารัก สร้างความสัมพันธ์ภายในบ้านได้เป็นอย่างดีนะคะ และที่สำคัญหากลูกทำได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องชื่นชมเขา เล็กๆ น้อยๆ เพื่อเสริมแรงสร้างกำลังใจในการฝึกฝนภาษาของลูกต่อไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอภา, trueplookpanya

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



30 ประโยค สำหรับพูดคุยกับลูกได้ใน 1 วัน
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562