fbpx

พาลูกเรียนรู้ "ช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น" ช่วยให้ลูกจำสิ่งนั้นได้ดีขึ้นได้!

Writer : Jicko
: 30 พฤศจิกายน 2564

คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินไหมค่ะว่า หากอยากให้ลูกเรียนรู้ได้ดี จำได้แม่น ต้องพาเขาเรียนรู้ก่อนเข้านอน หรือกึ่งหลับกึ่งตื่นจะได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อเลย แถมเราเองก็ยังได้ใช้เวลานี้ในการทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเวลาคุณภาพ (Quality Time) แบบสุดๆ ซึ่งนอกจากการอ่านนิทานที่เราอาจจะเคยได้ยินที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตก่อนนอนที่แม่ๆ ชอบทำร่วมกับลูกแล้ว ยังมีกิจกรรมอะไรอีกบ้าง ที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ได้ดีช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นแบบนี้ เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูการวิจัยนี้ พร้อมๆ กันเลยค่ะ

ผลการทดสอบของนักวิจัยพบว่า การเรียนรู้ขณะช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น ทำให้คนเราสามารถเรียนรู้และจดจำสินั้นได้ดีขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมา ซึ่งผลการวิจัยมีดังนี้

1. สามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้

ในการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ได้ให้ผู้ที่พูดภาษาเยอรมันโดยกำเนิด เริ่มเรียนภาษาดัตซ์ด้วยคำศัพท์พื้นฐาน จากนั้นก็ขอให้ผู้ทดสอบเข้าไปนอนหลังจากนั้น โดยขณะที่ผู้ทดสอบกำลังหลับไหลกึ่งหลับกึ่งตื่นน นักวิจัยได้ใช้เสียงของคำศัพท์เหล่านั้นให้แก่คนกลุ่มหนึ่งฟัง อีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ฟัง ผลปรากฎว่ากลุ่มคนที่ฟังสามารถแปลและเรียนรู้คำศัพท์ภาษาดัตซ์ได้ดีขึ้น แต่เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ทดสอบนั้นคนที่หลับอาจจะได้ยินเวลาพูดก็ได้ จึงให้อีกกลุ่มที่กำลังเดินฟังคำศัพท์เช่นเดียวกัน ผลปรากฎว่าคนกลุ่มนี้จำอะไรแทบไม่ได้เลย

2. สามารถเรียนรู้ทักษะด้านดนตรีได้ดีขึ้น

ในการทดลองนักวิจัยได้สอนคนกลุ่มหนึ่งให้เล่นกีตาร์โดยใช้ทำนองและเทคนิคจากวีดีโอเกม Guitar Hero หลังจากนั้นผู้ถูกทดสอบก็งีบหลับไป แต่เช่นเดียวกันจะมีกลุ่มหนึ่งได้ยินเพลงขณะหลับ กับอีกกลุ่มจะไม่ได้ยินอะไรเลย แต่เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา นักวิจัยได้ให้ทุกคนได้เล่นเพลงที่ฟังนั้นอีกครั้ง ผลปรากฎว่ากลุ่มคนที่ฟังขณะกำลังนอนหลับ สามารถเล่นกีต้าร์ได้ดีกว่าอีกกลุ่มนั่นเอง

3. สามารถจดจำ สถานที่นั้นๆ ได้ดีขึ้น 

ในการวิจัยนี้ ได้ให้ผู้สูงอายุวัย 60 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อวางวัตถุเสมือนจริงบนหน้าจอ เมื่อพวกเขาเลือกสถานที่และวางวัตถุจะได้ยินเสียงที่เฉพาะของจุดๆ นั้น จากนั้นจึงให้ผู้เข้าร่วมทดสอบงีบหลับเป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ในครั้งแรกผู้ทดสอบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยขณะงีบ แต่ครั้งที่ 2 จะมีการเปิดเสียงเพลงที่เล่นเมื่อวางวัตถุบนคอมฯ จะดังขึ้น ซึ่งผลการทดสอบพบว่าความทรงจำของพวกเขาจะจางหายน้อยลงเมื่อเขาได้ยินเพลงเดียวกับที่เขาวางของในตำแหน่งบนคอมพิวเตอร์นั่นเอง

4. สามารถเก็บความทรงจำสำคัญได้

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สมองของคนเราจะสามารถแยกความทรงจำที่สำคัญออกจากความทรงจำทั่วไปได้ เมื่อไหร่ที่สมองบอกว่าสิ่งนี้สำคัญ ความทรงจำนั้นจะส่งไปยังความทรงจำระยะยาวของเราโดยตรง ในขณะที่ความทรงจำที่ไม่สำคัญจะถูกลบล้างด้วยความทรงจำใหม่ เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองนั่นเอง

นอกจากนี้ยังพบอีกด้วยว่า ความทรงจำที่มีเสียงเข้ามาเชื่อมโยง แม้จะไม่สำคัญ แต่สมองของเราก็สามารถจดจำได้ดีกว่า

จะเห็นได้ว่าหากเราทำกิจกรรมก่อนนอนกับลูก และระหว่างลูกจะนอนกึ่งหลับกึ่งตื่น เรามีการใช้เสียงเพลง หรือการใช้ภาษากระตุ้นความทรงจำ เปิดให้ลูกฟังระหว่างนั้น ก็อาจจะช่วยให้เด็กๆ มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ได้ดีขึ้นได้เช่นกันค่ะ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะนำความรู้นี้ไปใช้ประโยชน์และปรับให้เข้ากับเด็กๆ ที่บ้านไม่มากก็น้อยนะคะ

อ้างอิงจาก : sciencealert

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล คุณแม่คนหนึ่งเปิดเผยว่าลูกของตนถูกคุณหมอตบหน้า จนเกิดเป็นรอยแดงช้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม คุณแม่ได้พาลูกน้อยวัย 3 ขวบไปพ่นยาที่อนามัย ระหว่างรอพ่นยา คุณแม่พาลูกนั่งตัก ปล่อยให้เล่นของเล่นตามประสา ขณะนั้นเอง ลูกเผลอทำของเล่นหล่นโดนปาก และหลุดสบถคำหยาบออกมา (คุณแม่ระบุว่าลูกพูดเสียงเบามาก พึมพำกับตัวเองคนเดียว) ซึ่งทันทีที่ลูกพูดจบก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมอที่ทำการพ่นยาตบหน้าลูกอย่างแรง เมื่อถามถึงเหตุผลก็ได้คำตอบว่า "ลูกหมอ หมอก็ทำแบบนี้" ก่อนยื่นที่พ่นยาให้แม่แล้วเดินจากไป หลังจากพ่นยาเรียบร้อย ผู้เป็นยายทราบเรื่องราวจึงถามซ้ำ คุณหมอเล่าขยายว่า "เด็กด่าเขา" ในขณะที่เด็กอธิบายว่าด่าของเล่น คุณยายเตรียมจะเดินกลับไปถามคุณหมออีกครั้ง แต่เนื่องจากมีคนไข้ท่านอื่นมารักษา ทำให้ไม่ทันได้พูดคุยกันให้จบเรื่องจบราว ภายหลังที่กลับไปอนามัยอีกครั้ง คุณยายพูดกับคุณหมอว่า "ไม่น่าตบเด็กมันเลย หน้าหลานขึ้นรอยนิ้ว 2-3 รอยเลย" และได้รับคำตอบว่า "แล้วจะทำไม งั้นก็ไม่ต้องมาให้หมอรักษา มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย" คุณแม่จึงมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเอง และทวงถามถึงจรรยาบรรณของคุณหมอ ล่าสุด คุณหมอคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนตบหน้าเด็กจริง โดยวันนั้นครอบครัวพาเด็กมาพ่นยา ระหว่างซักประวัติและเตรียมยาพ่น เด็กพูดชื่อคุณหมอและเอ่ยคำหยาบคายออกมา คุณหมอจึงตบไปที่แก้มข้างซ้าย 1 ครั้ง และบอกให้แม่เด็กช่วยสอนลูกด้วย แต่คุณแม่ไม่พอใจและไปบอกกับคุณยาย คุณหมอยังกล่าวอีกว่า เรื่องตบเด็กนั้นคล้ายการตักเตือน ตนโดนเด็กด่าจะตีไม่ได้เลยเหรอ ตีครั้งเดียว ไม่ได้ใช้ไม้ ครั้งเดียวด้วยปลายนิ้วมือ มันจึงขึ้นรอยแดงเป็นแนว ไม่ใช่จู่ๆ จะตีเด็ก ส่วนเรื่องที่ไล่กลับบ้าน เพราะตนเพิ่งหายจากโควิด ลูกและภรรยาก็ติดโควิดพักอยู่ชั้นบน ที่บอกให้กลับไปเถอะ หมายถึงบริเวณนี้อันตราย ด้านนายแพทย์ วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ชี้แจงว่าได้ทำการลงพื้นที่พูดคุยกับผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่เกิดเหตุแล้ว ตนให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำการตักเตือนคุณหมอดังกล่าว และประสานงานกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้าไปขอโทษครอบครัว ทั้งนี้…
15 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save