fbpx

เด็กสองภาษา ใครๆ ก็เป็นได้ มาจัดบรรยากาศให้เหมาะกับการเรียนรู้กัน

Writer : blahblahboong
: 25 ตุลาคม 2561

ในยุคนี้ ไม่ว่าใครๆ ก็อยากให้ลูกของตัวเองมีทักษะทางภาษา แต่จะทำอย่างไรให้ลูกของนั้นพูดอังกฤษได้คล่อง และเปิดใจเรียนรู้ภาษาอื่น เรามาดูวิธีการฝึกลูกให้เป็นเด็กภาษาแบบเป็นธรรมชาติกันค่ะ

พ่อแม่ต้องพูดภาษาอังกฤษกับลูก

สิ่งสำคัญที่สุดของฝึกลูกให้เป็นเด็กสองภาษาจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ การที่ลูกจะได้หรือไม่ได้ภาษานั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี คอยดูแล และใช้ภาษาอังกฤษกับเค้ามากๆ เมื่อพ่อและแม่เริ่มแล้ว ทักษะของลูกก็จะเกิดขึ้นตามมาเองค่ะ

ดูรายการโทรทัศน์ภาษาอังกฤษ

แต่ต้องจำกัดระยะเวลาในการดูอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่เป็นการขัดขวางพัฒนาการในด้านอื่นๆ แนะนำ sesame street, we bare bears, peppa pig, dora the explorer

ใช้เพลงเป็นตัวช่วย

เสียงเพลงและจังหวะ เป็นตัวช่วยที่ดีในการฝึกภาษาของเด็กๆ สำหรับเพลงเด็กที่เป็นภาษาอังกฤษส่วนมากจะใช้คำศัพท์ที่ง่ายต่อการเข้าใจและอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างเพลง Wheel on the Bus ที่เล่าเรื่องราวของเจ้ารถเมล์ขับวนไปรอบๆ แค่นี้ก็สนุกสนานก็ทั้งวันแล้วค่ะ

ติดคำศัพท์ตามสิ่งของต่างๆ

สร้างความคุ้นทางสายตาด้วยการนำคำศัพท์มาติดตามสิ่งของชิ้นใหญ่ๆ ในบ้าน อย่างเช่น ตู้เย็น – refrigerator, เตียงนอน – bedroom, โต๊ะ – table และคอยถามคอยอ่านคำศัพท์เหล่านั้นให้เด็กๆ ฟังเรื่อยๆ ค่ะ

ชวนลูกเล่นเกมที่ใช้ภาษาอังกฤษ

สำหรับเด็กๆ อาจจะเริ่มต้นด้วย flashcards ทายคำศัพท์ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเกมหาสีสรรต่างๆ ตามเพลง I See Something Blue แล้วเมื่อน้องๆ เริ่มโตขึ้นก็ค่อยๆ ขยับไปเป็นเกม Crossword ก็ได้

สอดแทรกในชีวิตประจำวัน

พยายามใช้ภาษาอังกฤษเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาส ไม่ว่าเป็น การปลุกให้ตื่นขึ้นในยามเช้า, การถามไถ่ถึงสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หิวไหม, ง่วนนอนหรือยัง ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเหมือนเรื่องธรรมดาในชีวิต เด็กจะได้ไม่กลัวที่พูด และกล้าที่จะใช้มากขึ้น

เน้นประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ

หลายบ้านมักจะประสบปัญหา ลูกไม่เข้าใจในสิ่งที่พูด ไม่ทำตามในสิ่งที่บอก พ่อแม่อย่าเพิ่งท้อไปค่ะ ยังไงก็ต้องใช้ความพยายามมากๆ หากเค้ายังไม่เข้าใจให้ลองแปลไทยดู เมื่อเค้าตอบกลับมาก็พูดเป็นภาษาอังกฤษกลับไปให้เค้าพูดตาม ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน ลูกของเราก็จะเริ่มรับรู้และพูดได้เองค่ะ

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
27 กุมภาพันธ์ 2561
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort