fbpx

รวมวิธีสร้างภูมิต้านทาน ให้ลูกเป็นเด็กจิตใจเข้มเเข็ง

Writer : Mookky TCN
: 16 พฤศจิกายน 2560

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกสบาย ยิ่งคุณพ่อคุณเเม่หลายท่านที่เคยผ่านความยากลำบากมา ยิ่งอยากให้ลูกสบายกว่าตัวเองขึ้นไปเป็นไหนๆ เเต่บางครั้งการทำทุกอย่างให้ลูกก็เป็นดาบสองคมที่ทำให้กลายเป็นเด็กขาดความอดทน มาดูกันว่าเราจะใส่ความลำบากไปในชีวิตลูกประมาณไหนถึงจะพอดีกับเขานะ

1. อย่าเข้าไปช่วยทันทีเวลาคับขัน

เวลาที่ลูกเริ่มมีปัญหาคุณพ่อคุณเเม่ไม่ควรเข้าไปช่วยลูกทันที เเต่ควรปล่อยให้ลูกลองเรียนรู้ เเล้วเเก้ปัญหานั้นเองก่อน เช่น เมื่อลูกปั่นจักรยานเเล้วล้ม ก็ไม่ควรเข้าไปโอ๋เพื่อช่วยเลยทันที หรือบางครั้งที่ลูกมีปัญหาเข้ามาก็ควรดูว่าลูกเราใช้วิธีการแก้ปํัญหาแบบไหน เเล้วค่อยๆ ดูว่าจะเสริมจุดไหนได้บ้าง

2. ฝึกให้ลูกทำอะไรเอง

การให้ลูกทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็น การกินเอง เเต่งตัวเอง หยิบของเอง นอกจากช่วยสร้างวินัยให้เด็ก ยังทำให้เด็กมีความมมั่นใจว่าสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพราะในความจริงเด็กๆ เก่งกว่าที่เราคิด คุณพ่อคุณเเม่เพียงเเค่ต้องกระตุ้นให้เขาทำสิ่งต่างๆ เท่านั้น ความมั่นใจที่ได้จะเกิดเป็นมุ่งมั่นพร้อมอยากทำให้ดีขึ้นไปอีก

3.ฝึกให้ลูกควบคุมอารมณ์

บางครั้งที่ลูกเเสดงอาการโมโหออกมา คุณพ่อคุณเเม่ก็ไม่ควรจะไปโมโหตามลูกนะคะ อยากให้พยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้เพื่อเป็นต้นเเบบกับลูก เพราะเด็กๆ มักเลียนแบบการเเสดงออกของพ่อเเม่เเล้วทำตาม หลังจากนั้นพอลูกอารมณ์นิ่งเเล้วก็มาสอนเขาว่าควรเเสดงออกแบบไหนถึงจะเหมาะสมค่ะ

4. ให้ลูกเจอความลำบากบ้าง

การให้ลูกเจอความลำบากบ้างเป็นการสร้างภูมิต้านทานชั้นดีเลย ซึ่งความลำบากที่ว่าอาจไม่ได้หมายความว่าต้องให้ลูกเราไปแบกหาม คลุกโคลน หรือทำอะไรที่ดูวิบากๆ เเต่อาจให้เขาออกไปสัมผัสธรรมชาติลองจับดินปลูกต้นไม้บ้าง ลองเปิดพัดลมเเทนการใช้แอร์ หรือฝึกให้ดูเเลพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่นในสวน เเทนการนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านในวันหยุดก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีค่ะ

คุณพ่อคุณเเม่อาจต้องฝืนใจเพื่อฝึกลูกบ้าง เพราะ “ภูมิต้านทานความลำบาก” เป็นเหมือนยาขมที่จะช่วยสร้างให้เขาเติบโตไปแบบมีร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ และจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมๆ กัน

ขอบคุณข้อมูลจาก หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก

 

Writer Profile : Mookky TCN

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562