fbpx

5 กิจกรรมเล่นกับลูกแบบไหนให้ลูกมีความจำดี

Writer : giftoun
: 9 เมษายน 2563

สำหรับลูกแล้ว ความจำนั้นมีส่วนสำคัญมาก เมื่อลูกมีความจำที่ดีแล้ว จะมีผลกับพัฒนาการของลูกต่อไปในอนาคตทั้งร่างกายและจิตใจ วันนี้จะมาแนะนำกิจกรรมที่คุณแม่สามารถเล่นกับลูกเพื่อให้ลูกมีความจำที่ดีขึ้นได้ จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยค่ะ

ให้ลูกจดบันทึก

การจดบันทึกจะทำให้ลูกอ่านและเขียนไวยิ่งขึ้น เมื่อทักษะการอ่านและเขียนดีขึ้นแล้ว จะช่วยเสริมทักษะความจำตามมาด้วยค่ะ

เล่นการ์ดกับลูก

การเล่นการ์ดกับลูกนั้นเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ซึ่งช่วยในการฝึกฝนความจำได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

เล่านิทานต่อกันกับลูก

เมื่อได้เล่านิทานต่อกันกับลูก ถือเป็นการฝึกให้ลูกได้จำเนื้อเรื่อง ลำดับเรื่องราว แถมยังได้ต่อยอดจากคำศัพท์และกลุ่มคำอีกด้วยค่ะ

ชวนลูกเล่นต่อเพลง

เด็กๆ มักจำเพลงได้เป็นอย่างดีเนื่องจากเพลงมีสัมผัสคล้องจอง และจังหวะที่ช่วยในการจดจำได้เป็นอย่างดี ยิ่งคุณแม่ได้ต่อเพลงกับลูกแล้วยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ความจำของลูกน้อยดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

ให้ลูกนอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะถ้าลูกนอนหลับไม่เพียงพอแล้ว จะมีผลต่อความจำลูกมากทีเดียว ดังนั้นควรให้ลูกนอนไม่ต่ำกว่า 7-8 ชั่วโมงจะดีที่สุดค่ะ

กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะเพิ่มความจำให้กับลูกแล้ว ยังเสริมสร้างทักษะอื่นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพูด การฟัง หรือการคิดต่อยอด อีกทั้งเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับคุณลูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

ที่มา – rakluke

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 ขั้นตอนฝึกลูกนอนหลับให้เป็นเวลา
กิจกรรมของครอบครัว
20 คำที่ไม่ควรพูดกับลูก
กิจกรรมของครอบครัว
7วิธีสร้างให้พ่อลูกผูกพันกันมากขึ้น
กิจกรรมของครอบครัว
8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort