fbpx

7 ทริคการแต่งหน้าลูกเมื่อต้องออกงานต่างๆ

Writer : giftoun
: 17 ตุลาคม 2562

ช่วงปลายปีนั้นเด็กๆ จะออกงานกันถี่มาก ทั้งงานโรงเรียน งานกีฬาสี งานลอยกระทง หรืองานอื่นๆ อีกมากมาย เลยเป็นหน้าที่ของคุณแม่ในการแต่งหน้าลูกน้อยให้ออกมาสวยที่สุด แล้วเทคนิคการแต่งหน้าลูกน้อยเมื่อต้องไปออกงานจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

ดูก่อนว่าเป็นงานอะไร

ก่อนที่จะลงมือแต่งหน้านั้น อยากให้คุณแม่ดูก่อนว่างานที่ลูกน้อยจะไปนั้นคืองานอะไร และลูกทำหน้าที่อะไรในงานนั้น เพราะ concept ของแต่ละงานก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น งานกีฬาสีอาจจะต้องแต่งหน้าให้อยู่ได้นานนิดนึงเพราะอยู่กลางแจ้ง งานโรงเรียนก็ต้องดูว่าเต้นเพลงอะไร เป็นต้น จะทำให้คุณแม่พอนึกภาพออกว่าจะแต่งหน้าออกไปในโทนไหนถึงจะเหมาะค่ะ

หา Reference

บางทีการที่คุณแม่คิด concept ของการแต่งหน้าในแต่ละครั้งอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าคุณแม่ได้ลองหา Reference ตามนิตยสารหรือบนอินเตอร์เนตแล้วก็จะทำให้คุณแม่มีแนวทางในการแต่งหน้า และแต่งหน้าลูกน้อยได้ง่ายขึ้นค่ะ

Match สีให้เข้ากับชุด

เรื่องสีสำหรับการแต่งหน้านั้นก็สำคัญเช่นกัน ทั้งนี้คุณแม่ควรจะดูสีของชุดที่ลูกน้อยใส่ว่าเป็นสีอะไร แล้วใช้สีสำหรับการแต่งหน้าให้สอดคล้องกับชุดที่ลูกนั้นใส่ เช่น ถ้าชุดสีแดงลองเลือกแต่งหน้าโทนสีส้มหรือแดง ชุดสีน้ำเงินแต่งหน้าโทนสีน้ำตาลอ่อน เป็นต้นค่ะ

ใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับเด็ก

การใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับเด็กนั้นถือเป็นการถนอมหน้าเด็กไปภายในตัว ปัจจุบันมีเครื่องสำอางสำหรับเด็กให้ใช้หลากหลายแบรนด์ด้วยกัน หรือแม้แต่เครื่องสำอางคุณภาพดีที่คุณแม่ใช้อยู่ก็สามารถใช้กับลูกได้เช่นกัน ถ้าเกิดไม่แน่ใจว่าลูกจะแพ้ไหม สามารถทดสอบการแพ้ได้ด้วยการลองทาที่ข้อพับลูกก่อนได้ค่ะ

เน้นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

ถ้าคุณแม่นั้นแต่งหน้าทุกส่วนให้แน่นและเน้นทุกส่วนบนใบหน้า จะทำให้ลูกน้อยดูดุดันและแก่ก่อนวัยได้ การแต่งหน้าแบบเน้นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้าจะทำให้ดูโดยรวมแล้วสวยกว่า แถมคุณแม่ยังแต่งได้ง่ายด้วย อาจเน้นที่ดวงตาหรือปากอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ค่ะ

ระวังหน้าลอย

การลงรองพื้นให้ลูกนั้น คุณแม่มักตกไม้ตายตรงทารองพื้นบนหน้าแล้วขาวกว่าคอ ทำให้ลูกนั้นหน้าลอยได้ เว้นแต่ว่าคอนเซปจะมาทางแฟนซี คุณแม่ก็สามารถจัดเต็มได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ทางที่ดีคุณแม่ควรเลือกสีรองพื้นและแป้งที่เข้ากับหน้าขอลลูก และลงรองพื้นที่คอด้วยจะได้ปรับสีผิวให้เข้ากับหน้าค่ะ

ล้างหน้าให้สะอาด

เมื่อลูกน้อยกลับมาถึงบ้านเตรียมพักผ่อนหลังออกงานแล้ว คุณแม่ควรให้ลูกน้อยนั้นล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้ Eye & Lip Remover สำหรับเช็ดที่ดวงตาและริมฝีปากโดยเฉพาะ แล้วใช้คลีนซิ่งที่ใช้เพื่อลบเครื่องสำอางโดยเฉพาะ จากนั้นจึงใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้ตามปกติล้างหน้า จะสามารถล้างหน้าได้สะอาดมากยิ่งขึ้นค่ะ

ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคของการแต่งหน้าลูกที่คุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมค่ะ เพียงเท่านี้คุณแม่ก็สามารถแต่งหน้าลูกให้สวยงามพร้อมไปงานได้แล้วค่ะ ลองทำตามกันดูนะคะ

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



การ์ตูนชุดที่ให้ข้อคิดดีๆ กับเด็ก
กิจกรรมของครอบครัว
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
15 ตุลาคม 2560
ของเล่นที่มีขายใน 7-11
ช่วงวัยของเด็ก
รวมกิจกรรมดึงลูกออกนอกจออย่างง่ายๆ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
ทำอย่างไรเมื่อลูกแย่งของเล่นกัน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
ประโยชน์ของกีฬาสีโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562