fbpx

เรียนผ่านการเล่น! Quality Kids สถาบันสอนทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบ

Writer : Lalimay
: 29 พฤศจิกายน 2562

การเล่นคือการเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่าการเล่นนั้นมีอยู่หลายแบบ และการเล่นที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีจุดมุ่งหมาย คงจะดีไม่น้อยถ้ามีสถาบันที่ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านการเล่น วันนี้เราเลยจะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักสถาบัน Quality kids ที่สอนหลักสูตรทักษะชีวิตผ่านการเล่น เพื่อเป็นการค้นหาศักยภาพของลูกนั่นเอง ดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะคะ งั้นเราไปทำความรู้จักและทดลองเรียนไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ ตามมาดูกันเลย ~

Quality Kids คือสถาบันอะไร ?

ควอลิตี้ คิดส์ (Quality Kids) เป็นสถาบันเสริมทักษะ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการว่าเป็น ‘สถาบันสอนหลักสูตรทักษะชีวิต’ แห่งแรก โดยที่นี่จะเป็นการเรียนการสอนผ่านการเล่น เพราะเชื่อว่าการทำงานของสมองเด็กจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพผ่านการเล่นนั่นเอง แต่ว่าการเล่นที่ Quality Kids ก็แตกต่างจากการเล่นที่บ้าน ตรงที่การเล่นที่บ้านอาจจะไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย แต่ที่นี่จะมีคุณครูที่คอยชี้แนะการเล่น พร้อมกระตุ้นให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ ดังนั้นที่นี่จึงมีของเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเยอะมากๆ พร้อมกับมีคุณครูที่คอยดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิด

โดยที่ Quality Kids จะใช้ระบบการสอนที่เรียกว่า A.N.T (Advanced Neurological Teaching) ที่เป็นการกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ เพื่อให้เกิดวงจรในสมองที่เข้มแข็ง ทำให้เด็กเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เกิดความคิดหลากหลายที่สร้างสรรค์ ด้วยบรรยากาศการเรียนที่สนุกสนาน ทำให้เด็กสามารถคิดได้ด้วยตนเองและเกิดความสำเร็จในการเรียนรู้นั่นเอง

จากที่ได้ลองเข้าไปดูการเรียนการสอน จะเห็นว่าคุณครูน่ารัก มีวิธีในการชักจูงและสอนเด็กได้ดีมาก คือไม่ได้ชี้หรือบังคับว่าเด็กควทำอะไร แต่เป็นการให้ทางเลือก แล้วค่อยๆ ตะล่อมให้เขาเข้าใจในสิ่งที่คุณครูกำลังสอนมากขึ้น

หลักสูตรของ Quality Kids เป็นแบบไหน ?

คอนเซ็ปต์หลักๆ ที่สถาบัน Quality Kids มีเป้าหมายให้เด็กๆ มีก็คือ “เพิ่มทักษะชีวิต คิดเป็นระบบ ครบทุกความฉลาด” ซึ่งจะมุ่งเน้นให้เด็กพัฒนา 4 ด้านหลักๆ คือ

  • สมาธิดี (Concentration) : เด็กๆ จะสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับวัย จึงจะก่อให้เกิดสมาธิ ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ทำงานได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ
  • คิดไว (Fast brain) : เมื่อเด็กได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ ก็จะทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงเหตุผลและความคิดสร้างสรรค์ได้ ทำให้ลูกคิดได้หลากหลายและว่องไว
  • มีความสุข (Happiness) : การเล่นที่สนุกสนานและเหมาะกับความสามารถของเด็กย่อมทำให้เกิดความสุข ซึ่งความสุขคือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เขาสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต
  • ศรัทธาในตนเอง (Self-esteem) : เมื่อเขาสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองแล้วประสบความสำเร็จ สิ่งที่ตามมาคือความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เขากล้าคิด กล้าลงมือทำ และฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่หวั่นเกรง

ซึ่งการเรียนผ่านการเล่นนั้นจะเป็นการใช้บอร์ดเกมเป็นสื่อ และมีคุณครูเป็นคนคอยแนะนำ เช่น หากเป็นการเรียนเรื่องมิติสัมพันธ์หรือตัวเลข ก็จะนำบอร์ดเกมมาใช้เพื่อดึงศักยภาพของเด็กออกมาผ่านการเล่น โดยไม่ได้ใช้เอกสารประกอบการเรียนเป็นหลัก เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเล่นบอร์ดเกมก่อน แล้วก็ค่อยๆ สอนเรื่องเหล่านั้นตามมา

Quality Kids สอนใครบ้าง ?

หลักสูตรต้นแบบชีวิต สร้างสมองให้คิดอย่างเป็นระบบของที่ Quality Kids เหมาะสำหรับเด็กวัย 1.5-12 ปี ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มตามช่วงอายุ คือ

  1. Toddler (อายุ 1.5 – 3 ปี) ในช่วงอายุนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส ให้ตาและมือมีทำงานอย่าสัมพันธ์กัน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็ก
  2. Kinder (อายุ 3-5 ปี) ในช่วงอายุนี้เด็กๆ จะได้ฝึกการสังเกตและการจัดหมวดหมู่ต่างๆ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการแยกแยะ จัดประเภท จัดหมวดหมู่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องทักษะการคิด ทั้งคิดเชื่อมโยง คิดวิเคราะห์และคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล รวมไปถึงร้างทักษะการสื่อสารอีกด้วย
  3. Primary (อายุ 6-12 ปี) ในช่วงอายุนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้การคิดในระดับที่สูงขึ้น คือ การคิดแก้ปัญหา การคิดเชิงกลยุทธ์ การคิดเชิงมโนทัศน์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

โดยการแบ่งช่วงอายุนี้เป็นเพียงการแบ่งคร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกไปทดสอบระดับการคิดที่สถาบันก่อน เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ทางสถาบันจึงจะเลือกช่วงการเรียนที่เหมาะสมให้แก่เด็กๆ เองค่ะ

เรียนที่ Quality Kids แล้วนำไปปรับใช้ได้ยังไง ?

คุณครูที่สถาบัน Quality Kids ได้เน้นให้เด็กๆ มีความสุขจากการเล่นก่อน จากนั้นเมื่อเขามีความสุขกับสิ่งที่ทำ สมองเขาก็จะเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้เขามีสมาธิกับการเรียน เมื่อเขามีสมาธิแล้วก็ย่อมส่งผลให้ความคิดเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้น คิดอย่างเป็นขั้นตอนและสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง เมื่อเขาสามารถแก้ไขปัญหาเองได้ก็จะเกิดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตนเองตามมา

แน่นอนว่าสมาธิคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้นานขึ้นและเต็มศักยภาพ ถ้าเด็กมีพื้นฐานสมาธิที่ดีแล้ว มีความสุขกับการเรียน มีความคิดที่เป็นระบบและมีความศรัทธาหรือเชื่อมั่นในตนเองแล้ว เขาก็สามารถนำไปใช้กับการเรียน รวมไปถึงการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และพร้อมนำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดในเรื่องที่เขาอยากจะทำและค้นหาศักยภาพของตนเองโดยไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะทำไม่ได้

เป็นยังไงบ้างคะ กับการพาไปดูวิธีการเรียนการสอนและหลักสูตรของสถาบัน Quality Kids หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนกำลังมองหาสถาบันเพิ่มศักยภาพของของลูกอยู่ ก็ขอแนะนำสถาบัน Quality Kids ให้เป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ของคุณพ่อคุณแม่นะคะ เพราะจากการที่ได้ลองไปสัมผัส ก็เห็นว่ามีความน่าสนใจ ซึ่งการเรียนรู้ผ่านการเล่นก็ทำให้เด็กๆ มีความสุขและสนุกจริงๆ อีกทั้งทักษะพื้นฐานที่ทางสถาบันสอนก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กๆ จะสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อย่างแน่นอนค่ะ

สถาบัน Quality Kids ปัจจุบันมีทั้งหมด 15 สาขา คุณพ่อคุณแม่สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 2867367-8 ควอลิตี้คิดส์

สามารถสอบถามสาขาที่อยู่ใกล้บ้าน หรือติดต่อทางอินบ็อกซ์ เพจ Quality Kids ได้เลยนะคะ

สามารถลงทะเบียนเพื่อทดสอบวัดระดับความคิดของลูกได้ที่http://bit.ly/K3_QualityKids_Register

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama