fbpx

ถ้าลูกเราไม่เหมือนคนอื่น คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไร

Writer : OttChan
: 11 มิถุนายน 2562

ไม่ว่าพ่อแม่คนไหนก็วาดฝันว่าจะได้มีลูกที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์ครบ 32 แต่ใครจะรู้ว่าโชคชะตานั้นไม่ได้มอบโอกาสนี้เป็นนิรันดร์กับทุกครอบครัว มีบ้างที่ต้องพบเจอกับความผิดหวังหรือท้อแท้เมื่อแก้วตาดวงใจที่เฝ้ารอนั้นแตกต่างไม่เหมือนเด็กทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความพิการทางร่างกายหรือสติปัญญา ทุกอย่างล้วนบั่นทอนกำลังใจที่จะเลี้ยงดูและใช้จ่ายให้เขา

ทางParents One จึงอยากมาเสนอแนวคิดบวกและสร้างเสริมกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหาหมองเศร้ากับเรื่องนี้ค่ะ

เปิดใจยอมรับ

สิ่งแรกที่พ่อแม่ต้องทำคือยอมรับกับสภาพของลูกน้อยให้ได้ว่าธรรมชาติของเขานั้นเป็นเช่นไร หยุดโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้ลูกต้องเกิดมามีปมหรือไม่มีสมรรถภาพหรือสมบูรณ์พร้อมแบบคนอื่นเพราะการที่เราทำใจยอมรับได้ก่อนนั้นจะทำให้เราสามารถก้าวต่อไปในวันข้างหน้าได้และที่สำคัญเมื่อเราเปิดใจยอมรับได้ ตัวลูกเองก็จะเปิดรับในสิ่งที่เขาเป็นได้เช่นกัน

เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกันทั้งครอบครัว

 

ความอดทนคือเพื่อนเคียงข้าง

หากมีคำกล่าวที่ว่าความอดทนคือสิ่งที่ควรมีกันทุกคนแต่คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องรับมือกับเรื่องนี้ต้องนับเจ้าความอดทนเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างทุกเวลาเพราะไม่ว่าจะทำสิ่งใดหรือเหนื่อยเพียงใด พกเพื่อนอดทนไปด้วย แม้จะแทบไม่อยากตื่นมารับรู้หรือก้าวเดินไปในแต่ละวันแต่เชื่อเถอะว่า เพื่อนที่ชื่อว่าความอดทนนี้

จะพาเราทั้งพ่อแม่ลูกมุ่งไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและพบเจอกับโอกาสใหม่ๆเสมอในชีวิตเพราะเราไม่หยุดที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลดละ

 

วางบทบาทและหน้าที่ตนให้เหมาะสม

การดูแลลูกน้อยที่พิเศษกว่าใครย่อมต้องมีความเหนื่อยอ่อนมากกว่าคนทั่วไปเพราะฉะนั้น การแบ่งเบาหน้าที่และจัดสรรเวลาต่างๆในการเลี้ยงดูจึงต้องมีความแน่นอนและเหมาะสมกับตัวผู้ดูแล เลือกหน้าที่ให้สอดคล้องกับการงานที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบในแต่ล่ะวัน อย่าให้ภาระตกหนักที่ใครเพียงคนใดคนหนึ่งเพราะมันจะกลายเป็นชนวนให้เกิดการทะเลาะและความไม่เข้าใจได้

หากบางจังหวะเวลานั้นไม่มากพอหรือยุ่งมากทั้งคู่ก็ขอความ่ชวยเหลือจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้างในบางเวลาที่จำเป็นเพื่อประคับประคองกันไป

 

สอนให้ลูกรู้ถึงสิทธิ, หน้าที่ของตน

หน้าที่ของพ่อแม่ทุกคนคือสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดีรวมถึงทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขา, สอนให้เขารู้ว่าตนมีคุณค่าแล้วควรได้รับสิทธิ์เสรีต่างๆเท่ากับเด็กคนอื่น อย่าให้ความพิเศษของลูกมาปิดกั้นโอกาสต่างๆในชีวิตหรือทำให้เขาหมดกำลังใจะก้าวไปต่อ เลี้ยงดูแล้วสอนสั่งให้เขาเหมือนเด็กทั่วไป ไม่ให้รู้สึกแปลกแยกหรือแตกต่างจากใคร

และอย่าลืมที่จะสอนให้เขารับผิดชอบดูแลตัวเองให้ได้ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อทำได้ก็ชื่นชม เมื่อทำสำเร็จก็ร่วมยินดี สร้างกำลังใจให้ลูกอยู่สม่ำเสมอเพื่อหล่อเลี้ยงกายใจให้พัฒนาไปควบคู่กัน

 

มีรอยยิ้มอยู่เสมอ

เป็นเรื่องง่ายที่ทำได้ยากกับผู้ปกครองที่ต้องรับภาระทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและการเลี้ยงดูที่พิเศษกว่าพ่อแม่คู่อื่นในการแสดงสีหน้าอันเปี่ยมไปด้วยความสุขแต่เชื่อเถอะว่าทุกครั้งที่ได้ยิ้มซักครั้งให้กับตัวเองหน้ากระจก ยิ้มให้คนที่อยู่เคียงข้างหรือยิ้มให้กับลูกคนพิเศษเพียงวันละครั้งก็ช่วยให้วันที่แสนอึมครึมของใครสักคนในบ้านได้มีแสงสว่างมาจุดลงในใจ

เพราะความสดใสของรอยยิ้มนั้นไม่ใช่เพียงแค่การแสดงออกของความรู้สึกแต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่ยอมแพ้ในชีวิต

 

ติดตามข่าวสารให้ทันโลก

เพราะคนพิเศษย่อมต้องมีอะไรพิเศษๆที่สร้างมาเพื่อเขาอยู่ทุกวี่วัน คุณพ่อคุณแม่ต้องตามให้ทันถึงการพัฒนาเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอุปกรณ์, ยาบำรุงหรือแม้แต่สิทธิ์ประโยชน์การรักษาต่างๆเองก็ถือเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เพราะมันจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ลูกน้อยได้มีโอกาสและต่อยอดไปได้อีกมากมายในอนาคต เช่นนั่นแล้วจะต้องไม่ละเลยโลกทั้งใบเพื่อทำเพียงเลี้ยงดู เราต้องมีการก้าวตามไปอย่าไม่ลดละ

 

ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แตกต่างจากใครมากเท่าไหร่แต่เขาก็คือคนที่เรารอพบมาตลอดช่วงเวลาที่เคยได้อยู่ในท้องและเตรียมตัวมาอย่างดี ขอเพียงได้เตรียมตัวให้มากขึ้นและมุ่งมั่นอยู่ในปาณิธานเดิมในการจะเลี้ยงเขาให้ดีเหมือนวันแรกที่ตั้งใจให้เขาเกิดมา

อะไรๆก็ไม่เกินกว่าที่เราจะร่วมกันจัดการอย่างแน่นอน

ที่มา : fcdthailand, jw.org

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



แด่…ลูกสาวของแม่
ชีวิตครอบครัว
กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
22 เมษายน 2562
Sometime…บางครั้งของลูก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562