fbpx

ยูนิเซฟ

เลือกหมวดหมู่


ข่าว ข่าว

นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกก็รุนแรงไม่แพ้กัน โดยที่โคราชได้มีเด็กอายุ 10 ขวบ เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกเป็นรายแรกแล้ว จากสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 เมษายน 2563 พบผู้ป่วย 8,147 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มที่พบมากที่สุดคือ เด็กอายุ 5-14 ปี 15-24 ปี และ 0-4 ปี ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของโรคยังมีความเสี่ยงสูง และเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในเด็ก  ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกีซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่ง มียุงลายเป็นพาหะนำโรค สำหรับอาการของโรคคือ มีไข้คล้ายอาการไข้หวัดทั่วไปคือ เป็นไข้  ตัวร้อน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน บางรายมีอาการความดันโลหิตต่ำ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามข้อ ปวดตามกระดูก ปวดตา ตาพร่า ท้องเสีย หากรุนแรงจะมีภาวะเลือดออก จนถึงขั้นเสียชีวิต โดยแนะนำให้พ่อแม่ใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ดังนี้  เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง  เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/region/news_2127319

ข่าว ข่าว
คุณพ่อคุณแม่คนไหนมีปัญหาเจ้าตัวเล็กพูดไม่ชัดไหมคะ ตามปกติแล้วพัฒนาการในเด็ก อายุ 2-4 ขวบ จะยังพูดไม่ชัดทุกเสียง ถ้า 4 ขวบขึ้นไปแล้วพูดไม่ชัดในเสียงที่ควรจะพูดได้ เช่น เสียงพยัญชนะ ม, น, ห, อ, ค, ย เป็นต้น พ่อแม่ควรจะพาเด็กมาพบนักแก้ไขการพูด นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เด็กเป็นวัยที่มีการเรียนรู้และมีพัฒนาการในการพูด การออกเสียง เป็นไปตามช่วงอายุ แต่อาจพบได้ว่าเด็กบางคนเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมกลับพูดไม่ชัด ซึ่งเป็นความผิดปกติของ การเปล่งเสียงพูดทั้งเสียงสระ พยัญชนะ และเสียงวรรณยุกต์ โดยสาเหตุเกิดจาก  1.ความบกพร่องของอวัยวะในช่องปากและใบหน้า เช่น เอ็นยึดใต้ลิ้นสั้น ปากแหว่ง เพดานโหว่ 2.ความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่ใช้ในการพูด 3.ความบกพร่องของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว จะมีปัญหากล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูด เช่น ลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน ฯลฯ อ่อนแรง  4.ภาวะสมองพิการ พบได้ในเด็กสมองพิการซึ่งมีปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกาย จึงส่งผลต่อกลไกการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ใช้ในการพูด  5.ความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีปัญหาการได้ยินเสียงจะทำให้พูดออกเสียง ไม่ชัดด้วย  6.การเรียนรู้การพูดที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เด็กเลียนแบบคนใกล้ชิดที่พูด ไม่ชัดจนติดเป็นนิสัย  7.ภาวะความบกพร่องอื่นๆ เช่น เด็กที่มีภาวะปัญญาอ่อน เด็กกลุ่มออทิสติก เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เป็นต้น  เมื่อพบว่าลูกมีอายุถึงช่วงวัยที่ควรจะพูดชัด แต่กลับพูดไม่ชัดก็ควรพาไปพบนักแก้ไขการพูด นอกจากนี้พ่อแม่ก็ควรเป็นแบบอย่างการพูดที่ถูกต้องและชัดเจนให้แก่เด็ก ไม่ล้อเลียน หรือพูดตามอย่างเด็ก เตือนเด็กเมื่อพูดไม่ชัด ถ้าแก้ไขได้ให้พูดใหม่ช้าๆ แต่ไม่ต้องเตือนทุกครั้งหรือบังคับมากเกินไปจนทำให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตนเองและไม่อยากที่จะพูดอีกเพราะกลัวพูดผิด พ่อแม่ควรพาเด็กมาฝึก ตามนัดและกระตุ้นให้เด็กฝึกพูดตามแบบฝึกหัดที่นักแก้ไขการพูดแนะนำอย่างสม่ำเสมอ . อ้างอิงจาก http://www.dms.moph.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=20616
10 มีนาคม 2563