fbpx

ไปญี่ปุ่นซื้ออะไรให้ลูกดี!! รวม 15 นวัตกรรมสุดล้ำของใช้เด็กจากญี่ปุ่นสุดฮิตที่คุณแม่ห้ามพลาด

Writer : Mneeose
: 29 พฤศจิกายน 2561

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วนะคะว่าปัจจุบันนี้ประเทศญี่ปุ่นใกล้กับประเทศไทยนิดเดียวเอง จะบินไปเมื่อไรตอนไหนก็ได้ จึงมีคำถามยอดฮิตของเหล่าบรรดาคุณแม่ว่า “ญี่ปุ่น ประเทศแห่งความคิดสร้างสรรค์ จะมีของอะไรที่น่าซื้อให้ลูกน้อยบ้างนะ” เราจึงขอนำเสนอ รวม 15 นวัตกรรมสุดล้ำ ของใช้เด็กจากญี่ปุ่นสุดฮิตที่คุณแม่ห้ามพลาด ไปดูกันเลยค่ะว่าจะมีของอะไรล้ำๆ ที่ญี่ปุ่นที่ประดิษฐ์มาเพื่อลูกของคุณกันบ้าง

1. สเปรย์เย็น

ใช้ฉีดใส่เสื้อผ้าของลูกก่อนออกจากบ้าน หรือตอนที่ไปโรงเรียน ลลูกจะรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นอยู่ตลอดเวลาที่สัมผัสค่ะ บอกเลยว่าเหมาะกับอากาศของประเทศไทยมากๆ เลย

2. ครีมทากันผื่นผ้าอ้อม

เด็กบางคนจะมีอาการแพ้ผิวสัมผัสของผ้าอ้อมค่ะ ทำให้เป็นผื่นแดงๆ ที่บริเวณก้นของเด็ก เราจึงต้องใช้ครีมตัวนี้ทาบริเวณที่มีรอยผื่น รับรองทาตัวนี้หายแน่นอนค่ะ

3. ผ้าเช็ดฟัน

ใช้ทำความสะอาดฟันของเด็กแรกเกิดที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ด้วยตัวเอง สะดวกสบายมากๆเลยค่ะ ใช้ผ้าเช็ดบริเวณรอบๆ ฟันของเด็กอย่างเบามือ เพียงแค่นี้ฟันของลูกน้อยก็จะสะอาดเอี่ยมอ่องแล้วค่ะ

4. กางเกงในซับฉี่

กางเกงในซับฉี่ ผลิตจากเนื้อผ้าชั้นดี อ่อนโยนต่อผิวของเด็ก ลวดลายน่ารัก สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เสมอ เพียงแค่คุณแม่ซักผ้า

5. สเปรย์พ่นป้องกันฟันผุ

นวัตกรรมสุดไฮเทคจากญี่ปุ่น สเปรย์พ่นป้องกันฟันผุ ใช้ได้ก่อน – หลังทานอาหาร ให้ลูกฉีดพ่นเข้าไปในปาก กลิ่นหอมสดชื่น แต่ยังไงคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกๆ แปรงฟันก่อนนอนด้วยนะคะ เพื่อให้ลูกฟันสวยไม่ผุค่ะ

6. ของเล่นที่เล่น และกินพร้อมกันได้

มันคือขวดนมที่หุ้มด้วยยางนั่นเองค่ะ ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยแน่นอน เหมาะกับเด็กที่ติดเล่นอย่างเดียว ไม่ยอมกินนม ใช้วิธีนี้รับรองได้ผล

7. รถเข็นเด็กพับได้

หลายๆ บ้านคงจะเจอกับปัญหาจะไปเที่ยว แต่ต้องเอารถเข็นของลูกไปด้วย ซึ่งมีขนาดใหญ่และเกะกะมาก เราจึงขอเสนอรถเข็นเด็กพับได้ ตัวช่วยของคุณพ่อคุณแม่ที่จะทำให้การพกรถเข็นลูกเป็นเรื่องง่ายดาย สบายๆเลยค่ะ

8. อาหารเด็กสำเร็จรูป

แนะนำให้คุณแม่ซื้อตุนไว้เยอะๆ ค่ะ เพราะเมื่อถึงช่วงเวลาที่เร่งรีบ จะได้ทำอาหารให้ลูกกินตอนเช้าได้ทันลูกไปโรงเรียน ไม่ต้องเสียเวลามานั่งปรุบอาหาร ใช้เวลาน้อย สะดวก ที่สำคัญ คือ มีให้เลือกหลากหลายเมนูเลยค่ะ

9. ครีมกันลูกดูดนิ้ว

ปัญหาลูกชอบดูดนิ้ว เป็นอันตรายต่อลูกๆ มากค่ะ เพราะว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกไปจับอะไรมาบ้าง และที่สำคัญคือในๆทุกๆ ที่ ย่อมมีเชื้อโรคอยู่แน่นอน เพียงแค่ลูกเอามือไปสัมผัสและเอาเข้าปาก เชื้อโรคก็สามารถเข้าไปในร่างกายได้แบบง่ายๆ แล้วค่ะ เราจึงขอแนะนำให้ใช้ครีมกันลูกดูดนิ้วทาที่มือลูก เมื่อลูกอมเข้าไปจะมีกลิ่นแปลกๆ รู้สึกไม่ดี นั่นแหละค่ะ จึงจะแก้ปัญหาลูกชอบดูดนิ้วได้

10. สเปรย์แก้เจ็บคอ

ใช้เมื่อลูกไม่สบาย เป็นหวัดเจ็บคอ เพียงแค่พ่นเข้าไปในลำคอของลูก จะมีสารที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอของลูกได้ค่ะ มีหลากหลายรสชาติด้วย

11. ผ้าอุ้มลูก

คุณแม่ไม่ต้องพกที่อุ้มลูกใหญ่ๆ กันแล้วค่ะ ไม่เปลืองพื้นที่ในการใช้ ลองซื้อที่อุ้มลูกด้วยผ้าสะดวกและสบายกว่าเยอะเลยค่ะ แถมลูกไม่เจ็บด้วยนะ

12. แผ่นฆ่าเชื้อโรคในอากาศ

เพียงแค่ติดแผ่นฆ่าเชื้อโรคไว้ตามบริเวณต่างๆ ที่ลูกชอบอยู่และสัมผัส เพียงเท่านี้ก็จะกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายด้วยการสูดอากาศแล้วค่ะ

13. ถุงฉี่ในรถ

แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ควรซื้อติดรถไว้อย่างยิ่ง เมื่อเวลาฉุกเฉินมันมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ใช้ได้ทุกสถานการณ์ไม่ใช่แค่ลูกปวดฉี่ แต่ตอนลูกเมารถ จนอยากจะอาเจียนก็สามารถใช้ได้ดีเลยค่ะ สะดวก รัดกุม ไม่เปื้อนรถแน่นอน

14. ที่อาบน้ำแบบเป่าลม

ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อไว้อาบน้ำให้ลูกเลยค่ะ ทั้งพกพาสะดวก เพียงแค่เป่าลม ลูกก็สามารถอาบน้ำในอ่างที่นุ่มนิ่มได้แล้วค่ะ

15. ที่เก็บอึ และเก็บกลิ่น

ช่วยอำนวยความสะดวกตอนลูกปวดท้องได้ดีเลยค่ะ แถมเคลื่อนย้ายพกพาไปได้ทุกที่ด้วย รูปทรงทันสมัย เก็บเป็นระเบียบไม่เปรอะเปื้อนด้วยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ของใช้เด็กสุดล้ำนวัตกรรมจากญี่ปุ่นทั้ง 15 อย่าง ถูกใจคุณพ่อคุณแม่กันไหมเอ่ย อย่าลืมลองซื้อไปให้ลูกๆ ใช้นะคะ รับรองว่าดีทุกอย่างแน่นอน

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562