fbpx

4 ท่าให้นมลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่

Writer : buubae
: 8 มิถุนายน 2561

สำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว การให้นมลูกก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจจะปวดหัว เพราะไม่รู้ว่าจะต้องอุ้มท่าไหนถึงจะเหมาะกับการให้นมลูก วันนี้มาดูดีกว่าว่าคุณแม่มือใหม่สามารถให้นมลูกท่าไหนได้บ้าง

ท่านอนขวางบนตัก (Cradle Hold)

  • อุ้มลูกให้นอนตะแคงบนตัก
  • ใช้มือและแขนประคองลูก โดยให้ปากของลูกอยู่ตรงหัวนมแม่พอดี
  • ให้หัวของลูกอยู่เหนือกว่าลำตัวเล็กน้อย
  • ใช้มืออีกข้างประคองเต้านมไว้

ท่านอน (Side Lying Position)

  • ให้คุณแม่และลูกนอนตะแคงเข้าหากัน โดยที่ให้ปากของลูกอยู่ตรงหัวนมของคุณแม่
  • จัดลูกให้หัวอยู่เหนือลำตัวเล็กน้อย
  • ใช้แขนประคองลำตัวให้ชิดลำตัวของแม่ อาจจะใช้ผ้าหรือหมอนมาหนุนหลังลูกได้
  • ใช้มือประคองเต้าช่วงแรกที่ลูกเริ่มเอาหัวนมเข้าปากลูก

** ท่านี้เหมาะกับคุณแม่ที่ผ่าตัดหน้าท้อง คุณแม่ที่อ่อนเพลียจากการคลอดลูก อยากพักผ่อน หรือต้องการที่จะให้นมลูกตอนกลางคืน

ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Football Hold)

  • ให้ลูกนอนในท่ากึ่งตะแคงกึ่งนอนหงาย โดยใช้มือจับบริเวณท้ายทอยและต้นคอของลูก
  • หลังจากนั้นกอดกระชับสีข้างของคุณแม่ โดยที่ส่วนขาลูกไปด้านหลังของแม่
  • ให้ลูกดูดนมจากเต้าคุณแม่โดยที่เป็นเต้าด้านเดียวกันกับที่อุ้มลูก

** ท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด ลูกแฝด  ลูกตัวเล็ก หรือคุณแม่ที่มีขนาดเต้านมใหญ่

ท่านอนขวางบนตักแบบประยุกต์ (Cross-Cradle Hold)

  • ท่านี้จะคล้ายๆ ท่านอนขวางบนตัก (Cradle Hold)
  • อุ้มลูกไว้บนตักของตัวเอง และให้ลูกนอนตะแคงเข้าตัวแม่
  • ใช้มือและแขนคนละข้างกับเต้าที่ให้ลูกดูดนม จากนั้นประคองต้นคอและท้ายทอยของลูก
  • และใช้มืออีกข้างประคองเต้าระหว่างที่ลูกดูด

** ท่านี้เหมาะกับลูกที่เริ่มโตขึ้นมานิดหน่อย และเริ่มสนใจสิ่งรอบข้างระหว่างที่ดูดนมแม่ และทำให้คุณแม่ไม่เจ็บหัวนมมาก

Writer Profile : buubae

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



คำอวยพรของคนได้เป็นแม่ครั้งแรก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563