fbpx

สมุนไพรต้องห้ามสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ มีอะไรบ้างนะ

Writer : OttChan
: 12 กันยายน 2562

สมุนไพรขึ้นชื่อว่าเป็นยาที่ให้คุณประโยชน์กับร่างกาย ยิ่งในช่วงตั้งครรภ์เองก็ยิ่งต้องได้รับการบำรุง

แต่ใช่ว่าสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีเยี่ยมจะดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกชนิดเพราะบางอย่างหากทานตอนมีเจ้าตัวน้อยแล้วล่ะก็อาจเกิดอันตรายขึ้นมาได้อย่างไม่คาดฝันเลยทีเดียว

ซึ่งในสมุนไพรแต่ละชนิดเองนั้น ก็ให้โทษที่แตกต่างกันไปทั้งไม่สามารถทานได้เลยกับทานได้บ้างแต่ในปริมาณที่น้อยลง

เรามาดูไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะว่าคุณแม่มือใหม่ต้องเลี่ยงสมุนไพรหรือทานแต่น้อยในชนิดใดบ้าง

มาดูกันเลยค่ะ!

สมุนไพรที่ส่งผลต่อร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์

  • ดอกคำฝอย มีฤทธิ์ช่วยขับประจำเดือนอาจทำให้ตกเลือดหรือแท้งได้
  • ตังกุย มีฤทธิ์ช่วยฟอกเลือดและทำให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีแต่นั่นอาจส่งผลให้เกิดการบีบรัดมดลูก
  • ดอกกระทกรก มีรสเบื่อเมาและอาจทำให้เป็นพิษต่อร่างกายได้จนเกิดการอาเจียนหนัก
  • แบล็คโคโฮส ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนหญิงให้สูงขึ้น จึงอาจทำให้ฮอร์โมนในร่างกายคุณแม่เกิดความผิดปกติ

 

สมุนไพรที่ส่งผลต่อลูกในครรภ์คุณแม่

  • โกลเด้นซีล มีผลต่อพัฒนาการเด็กในครรภ์อาจทำให้สมองพัฒนาช้าหรือเกิดความพิการทางสมอง
  • อีเฟรดา มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายลูกน้อยในครรภ์ได้รวมไปถึงตัวคุณแม่เอง

 

สมุนไพรที่ทานได้แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

  • คาโมมายล์ ควรทานแต่พอดีเพราะหากมากไปอาจทำให้เกิดการแท้ง
  • เปปเปอร์มินต์ เป็นสมุนไพรที่ช่วยให้สดชื่นและผ่อนคลายแต่ต้องระวังเรื่องแพ้หรืออาจทำให้มีอาการวิงเวียนยิ่งกว่าเดิม
  • โรสแมรี่ เป็นสมุนไพรกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสม

ที่มา : konthong, pregskin, mumpillowamarinbabyandkids

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
7 กุมภาพันธ์ 2561
Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563