fbpx

ฝึกลูกจัดการกับอารมณ์ เพื่อสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติบโต

Writer : nunzmoko
: 14 มิถุนายน 2562

ความสุข เศร้า เหงา โกรธ มาด้วยกันเสมอ ถ้าเด็กๆ ได้สัมผัสอารมณ์บูดเหล่านั้นด้วยตัวเอง เขาจะเรียนรู้จัดการได้อย่างถูกต้องสมวัย ซึ่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กจริงๆ คือ พื้นที่และเวลาค่อยๆ สัมผัสความรู้สึกด้านลบเหล่านั้น เหมือนกับที่พวกเขาต้องกินผัก แปรงฟัน นอนหลับเต็มอิ่ม เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นกับชีวิตมากๆ ไปดูกันค่ะว่าเราจะมีวิธีช่วยลูกจัดการกับอารมณ์ทั้งหมดของตัวเองได้อย่างไรบ้าง

1. บอก “ชื่อ” ความรู้สึก

ให้ลูกพูดออกมาว่า “รู้สึกอย่างไร” หรือ “ต้องการอะไร” เช่น ถ้าลูกนอนอยู่และบอกว่าเหนื่อยจนยอมให้คุณเลือกเสื้อผ้าให้ เป็นโอกาสดีที่คุณจะแนะนำให้เขารู้จักความรู้สึกที่เรียกว่า “หมดแรง”

2. ฝึกให้ลูกหายใจเข้าลึกๆ

ลองให้ลูกหายใจเข้าลึกๆ 3 ครั้ง หรือ นับ 1 ถึง 10 อย่างช้าๆ ช่วยให้เด็กๆ จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้สัก 2-3 ครั้ง หรือ นับ 1-10 อย่างช้าๆ เด็กๆ ได้รับรู้ถึงสัญญาณเตือนจากร่างกายของเขา ไม่ว่าจะเป็น การเกร็งร่างกาย การกัดฟัน หรือ หัวใจที่เต้นแรง ให้บอกกับลูกๆ ว่าร่างกายมีการตอบสนองอย่างไรเมื่อมีอารมณ์โกรธหรือผิดหวัง จากนั้นให้ก็แนะนำให้ด้วยการลองหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อตั้งสติ

3. เข้าใจปัญหาและช่วยหาทางออก 

เป็นกองหนุนด้านอารมณ์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ต่อให้รู้สึกแย่แค่ไหนเขาก็จะผ่านมันไปได้ เช่น บอกเขาว่า ความรู้สึกท้อระหว่างพยายามทำสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และลองพูดคุยกับเด็กๆ ถึงไอเดียในการจัดการความรู้สึกตัวเอง ช่วยกันสร้างจุดที่ตัวเขาจะรู้สึกสงบและร่วมกันฝึกทักษะการจัดการอารมณ์บ่อยๆ

4. ให้เวลาสำหรับการที่จะใจเย็นลง

 

ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ในบางครั้งแม้จะทำตามวิธีจัดการอารมณ์ต่างๆ มาแล้วก็ตาม แต่พวกเขาอาจจะยังรู้สึกโกรธ หรือผิดหวังอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับการที่จะใจเย็นลงหรือหันไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ลืมอารมณ์นั้นไปซะ อะไรที่ผ่านแล้วก็ให้ผ่านไป และให้ลองเปลี่ยนการลงโทษเป็นความเห็นอกเห็นใจในความรู้สึกของคนอื่นดู

5. หาวิธีสื่อสารใหม่ๆ

การปล่อยให้เด็กๆ บ่นหรือสั่งได้ทุกอย่างตามใจอาจทำให้พวกเขาไม่สนใจอารมณ์บูดๆ ที่เกิดขึ้น ลองสอนวิธีที่จะทำให้เขาสื่อสารความรู้สึกในแบบที่ต่างจากเดิม เช่น อาจถามเขาว่า “หนูคิดว่าควรพูดขอความช่วยเหลือยังไงดีคะ” เป็นต้น

เราในฐานะพ่อแม่ ควรปล่อยให้ลูกได้สัมผัสอารมณ์ด้านลบของตัวเองเพื่อเรียนรู้การจัดการอารมณ์ และลองพูดกับลูกดีๆ การสื่อสารความหมายเดียวกันสามารถใช้คำพูดที่ดีได้ เช่น การจะบอกให้ลูกหยุดร้องไห้ แทนที่จะบอกว่า “หยุดร้องเดี๋ยวนี้” ลองเปลี่ยนเป็น “หนูเศร้าได้ ไม่เป็นไรนะคะ”, “ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหม”, “พ่อแม่อยู่ตรงนี้เป็นกำลังใจให้หนูนะ” เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก – Jennifer Underwoodtheasianparent

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



วิธีรับมือเมื่อลูกอาละวาด
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
พาทัวร์โปรโมชั่นเด็ดงาน Baby&Kid Best Buy 1-4 มิ.ย.
เตรียมตัวเป็นแม่
8 หนังสือนิทานอีสปสอนใจเด็กๆ
กิจกรรมของครอบครัว
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562