fbpx

เรียนอย่างเดียวดีจริงหรือ!! 5 เหตุผลที่พ่อแม่ควรให้ลูกเติบโตนอกห้องเรียนผ่านการเล่นสนุก

Writer : Lalimay
: 23 สิงหาคม 2562

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันการศึกษาคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เด็กๆ สามารถเติบโตขึ้นมาทำสิ่งต่างๆ ตามที่พวกเขาต้องการ นั่นจึงทำให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนมุ่งที่จะมอบการศึกษาที่ดีที่สุดให้แก่ลูก พยายามเคี่ยวเข็ญให้ลูกเรียนอย่างหนักเพื่อให้เขาสามารถตามทันคนอื่นๆ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็พาลูกไปเรียนพิเศษอีก คำถามคือ คุณพ่อคุณแม่แน่ใจไหมว่าการทำแบบนั้น เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก เป็นสิ่งที่ลูกต้องการจริงๆ ?

ซึ่งการเรียนพิเศษนั้นก็เริ่มร่นระยะเวลาในการเรียนของลูกลงมาสู่อายุที่น้อยลงเรื่อยๆ อย่างที่เราเห็นกันในการแข่งขันสอบเข้าป.1 ของโรงเรียนชั้นนำในประเทศที่นำไปสู่การเรียนเสริมพิเศษให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 5 ขวบดี ซึ่งเด็กในวัยนั้นสิ่งสำคัญสำหรับลูกคือการเรียนแบบวิชาการตามตำราจริงหรือเปล่า ?

แล้วถ้าไม่ให้ลูกเรียนอย่างเดียว ลูกจะเอาความรู้มาจากไหนกันล่ะ ? คุณพ่อคุณแม่อาจลืมไปว่าในตอนแรกที่ลูกยังเป็นเจ้าหนูตัวเล็กๆ เขาเริ่มเรียนรู้จากสิ่งที่เรียกว่า “การเล่น” ค่ะ และความสนุกของการเล่นนี่แหละที่เป็นตัวกระตุ้นให้ลูกเติบโตนอกห้องเรียนและนอกตำราได้ดีแบบสุดๆ ไปเลย เราไปดูดีกว่าค่ะ ว่าเหตุผลอะไรกันนะที่คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกเล่นสนุกนอกห้องเรียน

การเล่นเป็นงานของเด็ก

หากงานของคุณพ่อคุณแม่ คือการทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ดูแลบ้าน ทำอาหารแล้วละก็ งานของเด็กจะใช่การเรียนรึเปล่านะ ? ถ้ากล่าวอย่างนั้นก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียวค่ะ เพราะถึงแม้ว่าการเรียนจะเป็นสิ่งที่เด็กๆ ให้เวลากับมันมากที่สุด แต่ “การเล่น” ก็คืองานของเด็ก “การเล่น” คือสิ่งที่เด็กควรจะให้เวลากับมันมากที่สุดเช่นกัน

มีคนกล่าวว่าการเล่นของเด็กก็เปรียบเสมือนการทำงานของผู้ใหญ่ แต่ต่างกันที่การเล่นของเด็กไมได้มุ่งหวังเงินทองหรือชื่อเสียงหลังจากการเล่นจบแต่ผลที่ได้เป็นเพียงความสนุกและพึงพอใจตามธรรมชาติเท่านั้น และสิ่งที่เป็นผลพลอยได้ให้ลูกก็คือการทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาความคิดไปพร้อมกันด้วย

เด็กๆ ถือเรื่องเล่นเป็นเรื่องจริงจัง เนื่องจากธรรมชาติของเด็กจะชอบการเล่น และการเล่นเป็นกิจกรรมหลักของเด็กตั้งแต่เกิด ซึ่งแต่ละวัยก็จะมีการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย แต่ที่สำคัญที่สุดในการเล่นทุกช่วงวัยคือพ่อแม่ เพราะพ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค่ะ

การเล่นช่วยให้ลูกพัฒนาทุกด้านมากกว่าที่คิด

คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมอยากเห็นลูกเติบโตด้วยความพร้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา แต่ในบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะโฟกัสไปที่การเรียนอย่างเดียว จนทำให้ลูกไม่ได้เล่นอย่างเหมาะสม ทั้งที่จริงๆ แล้ว “การเล่น” นี่แหละค่ะ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกได้พัฒนาทักษะทุกด้านอย่างแท้จริง โดยสิ่งที่ลูกสามารถพัฒนาจากการเล่นได้ มีดังนี้

  • ด้านร่างกาย : การเล่นจะช่วยพัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ อย่างกล้ามเนื้อมัดเล็กก็จะเป็นการใช้มือ การหยิบจับ เช่น เล่นทราย เล่นปั้นดินน้ำมันหรือแป้งโดว์ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การเขียน การช่วยเหลือตนเอง หรือกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างแขนและขา การวิ่งเล่น ปีนป่ายก็จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนนี้ได้ดีค่ะ
  • ด้านอารมณ์และจิตใจ : เด็กๆ จะแสดงอารมณ์ทั้งทางบวกและทางลบผ่านการเล่น ถ้าทางบวกก็จะเป็นความสนุกสนาน เพลิดเพลิน มีอารมณ์เบิกบานแจ่มใส ส่วนทางลบ เวลาเล่นก็จะเป็นการระบายความโกรธ ความเครียด ความวิตกกังวลออกมา เพราะการเล่นจะช่วยให้ลูกผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
  • ด้านสังคม : การเล่นจะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะและประสบการณ์ในการเข้าสังคม เพราะมีการเล่นไม่น้อยที่จะต้องเล่นร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นลูกจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
  • ด้านสติปัญญา : ในขณะที่เด็กเล่น กล้ามเนื้อสมองจะพัฒนาและช่วยเสริมการรับรู้ให้มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเข้าใจและทำให้เด็กจดจำได้นานขึ้น การให้เด็กเรียนรู้ผ่านกระบวนการเล่น จึงเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของลูก ทำให้ลูกรักการเรียนรู้อีกด้วย

เพราะการเล่นนั้นเป็นประสบการณ์ตรงที่ทำให้ได้เรียนรู้ รับรู้ ได้สร้างสรรค์ ทดลอง คิดแก้ปัญหาและค้นพบสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กปรับตัวและเปลี่ยนแปลงความคิดความเข้าใจก่อให้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้านนั่นเอง

การเล่นช่วยเสริมสร้าง Executive Function (EF)

คุณพ่อคุณแม่อาจจะเคยได้ยินคำว่า Executive Function หรือ EF กันมาบ้างใช่ไหมคะ ซึ่งเจ้า EF ก็คือกระบวนการทางความคิดในสมองส่วนหน้าที่ใช้ในการควบคุมการคิด ความรู้สึกและการกระทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย เช่น การยับยั้งชั่งใจ การควบคุมอารมณ์ การตั้งเป้าหมาย การวางแผน การทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้บรรลุไปถึงเป้าหมาย โดย EF เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ สามารถใช้ชีวิตในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือการจัดการกับปัญหาต่างๆ ในภายภาคหน้า

แล้วการเล่นจะช่วยเสริมสร้าง EF ได้อย่างไร ? การปล่อยให้ลูกเล่นอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการเล่นคนเดียวอย่าง เล่นกับตุ๊กตา เล่นทราย เล่นปั้นดินน้ำมัน หรือเล่นรวมกับเพื่อนหลายๆ คน อย่าง เล่นซ่อนหา เล่นวิ่งไล่จับ เล่นบทบาทสมมติที่อาจจะต้องมีกฎหรือกติกาในการเล่นร่วมกันล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด EF ทั้งนั้นค่ะ เพราะจะช่วยลูกได้รู้จักคิด ไตร่ตรองคำพูด รู้จักวางแผนและคาดการณ์ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดลูกก็จะได้รู้จักกับความยืดหยุ่นเพื่อที่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจและให้เวลาในการเล่นของลูกค่ะ เวลาที่ลูกกำลังเล่นสนุกหรือมีจินตนาการที่กว้างไกล ก็ขอให้ใส่ตัวเองเข้าไปในจินตนาการของลูกและเล่นไปกับลูกนะคะ เพราะการเล่นเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้าง EF ให้แก่ลูกอย่างแท้จริง

การเล่นช่วยฝึกทักษะในการใช้ชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งใหม่

ทักษะชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี แต่การเรียนรู้จากตำราอย่างเดียวโดยไม่ได้ลองลงมือทำ อาจจะลำบากต่อความเข้าใจของลูก การเล่นบางอย่างจึงมีการสอดแทรกสิ่งเหล่านี้ลงไปทำให้เด็กเรียนรู้ จดจำ และนำไปใช้ได้ง่ายขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้เรียนรู้ทักษะเหล่านี้ไปแล้ว เช่น การเล่นบทบาทสมมติ สมมติว่าเป็นพ่อค้าแม่ค้ากับคุณพ่อคุณแม่ แค่เรื่องนี้ลูกจะได้เรียนรู้หลายอย่างทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูดคุย การขอบคุณหรือขอโทษซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อลูกในอนาคตมากๆ ค่ะ

หรือยกตัวอย่างจากเรื่องที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน อย่างการทำงานบ้าน สังเกตไหมคะว่าในช่วงแรกเด็กๆ มักจะสนใจและอยากที่จะช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ในการหยิบจับไม้กวาด อยากล้างจาน อยากเช็ดฝุ่น เพราะลูกมองว่าสิ่งเหล่านั้นคือ “การเล่น” ค่ะ เป็นสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสนุก คุณแม่อาจลองสร้างสถานการณ์เกี่ยวกับการทำความสะอาด เช่น สร้างว่าที่นี่คือปราสาท ภายในมีอสูรร้ายจอมสกปรกซ่อนตัวอยู่ เรามากำจัดมันไปด้วยกันเถอะ เพื่อจูงใจให้ลูกทำงานบ้านผ่าน “การเล่น” เพราะการทำงานบ้านก็เป็นการฝึกทักษะที่สำคัญเช่นกัน เพราะช่วยทั้งสร้างความเป็นระเบียบ สอนให้ลูกวางแผนและลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย

นอกจากนี้การเล่นยังเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกได้รู้จักกับสิ่งใหม่ๆ เช่น ลูกจะรู้จักทรายได้อย่างไร หากเราไม่ปล่อยให้เขาลองเหยียบ ลองสัมผัส ลองกำแล้วปล่อยให้ทรายไหลผ่านตามมือ ซึ่งลูกจะได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ฝึกการสังเกตและทำให้รู้จักขี้สงสัย และการขี้สงสัยนั่นเองที่จะพาลูกไปหาคำตอบผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

การเล่นช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

แน่นอนว่าในหลายๆ ครั้งการเล่นจะเล่นให้สนุกจะต้องเกิดจากการเล่นร่วมกันกับเพื่อนหลายๆ คน การที่เด็กเล่นร่วมกันเป็นกลุ่มย่อมที่จะต้องเกิดกฎ กติกา หรือข้อตกลงร่วมกันที่ทำให้การเล่นในครั้งนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น เกมที่ต้องใช้กติกาในการเล่นเพื่อให้เกิดความสนุก เช่น เล่นเกมแปะแข็ง ที่คนที่ถูกจับจะต้องแข็ง ห้ามวิ่งต่อ ถ้าเกิดคนที่ถูกจับไม่ยอมทำตามกติกา ความสนุกในเกมนั้นก็คงหมดลงไป

นั่นทำให้เห็นว่าการเล่นเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกต้องรู้จักที่จะเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่นให้ได้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ที่จะทำตามกฎ รู้จักแบ่งปัน รู้จักรอคอยเวลาที่คนอื่นกำลังเล่นในสิ่งที่เราอยากจะเล่นด้วย ซึ่งแตกต่างกับการเรียนอย่างเดียวที่ทำให้เด็กไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใคร พ่อแม่มักมุ่งหาความเป็นเลิศทางวิชาการจนหลงลืมไปว่าสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมคือเรื่องง่ายๆ ที่ลูกได้จากการเล่น

เวลาที่เด็กๆ เล่นรวมกันก็เป็นเหมือนการจำลองสังคมขนาดย่อม ที่มีทั้งคนที่มีน้ำใจ คนที่เห็นแก่ตัว คนที่รู้จักการรอคอย คนที่แซงคิว ไม่มีวินัย ซึ่งการเล่นนั้นจะเป็นการสอนให้ลูกรู้จักกับคนประเภทต่างๆ ที่เขาจะต้องพบเจอในสังคม การที่เขาได้เล่นกับเพื่อนหลายๆ ประเภทจะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะปรับตัวและรับมือกับผู้คน

รวมไปถึงทำให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วการอยู่ร่วมกันในสังคม สิ่งที่ทุกคนควรจะมีคืออะไร เพราะกับแค่การเล่นร่วมกันแล้วไม่รู้จักรอคอย ไม่มีน้ำใจที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น ยังทำให้เกิดปัญหาและทะเลาะกันได้ นับประสาอะไรกับสังคมจริงๆ ที่ในอนาคตไม่ใช่มีแค่เรื่องของการเล่น แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ทำงานร่วมกันกับผู้อื่น

ดังนั้นการเล่นก็จะทำให้ลูกได้เรียนรู้ว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนั้นเป็นแบบไหน โดยผ่านการสอนและคำแนะนำจากคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยอยู่เคียงข้างเวลาที่ลูกเล่นนั่นเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเหตุผลที่เรายกมาเพื่อบอกเล่าให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่า การที่ปล่อยให้ลูกเรียนรู้และเติบโตนอกห้องเรียน ผ่านการเล่นสนุกที่ดูเหมือนกับเป็นแค่สิ่งที่ช่วยให้ลูกเกิดความผ่อนคลาย แต่แท้จริงแล้วการเล่นกลับมีประโยชน์มหาศาลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก มากกว่าแค่การที่ให้ลูกเรียนรู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆ ในทุกๆ วันเสียอีก

จะดีกว่าไหมคะ หากคุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกได้ออกมาเรียนรู้ประสบการณ์ผ่านการเล่น ได้สัมผัสแสงแดด ดิน ทราย ต้นไม้ใบหญ้า ขอรับรองเลยค่ะว่าลูกจะได้เรียนรู้และพร้อมที่จะเติบโตไปในอนาคตอย่างมั่นคงและมีความสุขแน่นอน

#พัฒนาการรอบด้านผ่านการเล่น #เล่นสนุกปลุกทุกการเรียนรู้

ข้อมูลอ้างอิง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ , rakluke.com , gotoknow.org , islammore.com , daddythumb.com , taiwisdom.org

 

 

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ลูกโป่งเป็นสิ่งที่เวลาเด็กๆ เห็นมักจะร้องอยากได้ โดยเฉพาะกับลูกโป่งที่เป็นลายการ์ตูนด้วยแล้ว ก็ยิ่งอยากได้มากขึ้นไปอีก แต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องระวังกันนิดนึงนะคะ เพราะลูกโป่งก็อาจก่อให้เกิดอันตรายกับลูกแบบไม่คาดคิดได้ อย่างเหตุการณ์นี้ที่ลูกโป่งการ์ตูนระเบิดจนทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามไปยังแขนของเด็กชายวัย 8 เดือน เหตุเกิดขึ้นหลังจากวันที่เด็กชายร้องอยากได้ลูกโป่ง แม่จึงซื้อให้ในวันถัดมาขณะที่เด็กถือเชือกลูกโป่งไว้ในมือจู่ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้น และมีเปลวไฟมาติดที่ผมและเสื้อผ้าของผู้เป็นแม่ หลังจากรีบอุ้มลูกเข้าห้องน้ำไปดับไฟแล้ว ก็ได้ยินลูกร้องงอแง และพบว่าแขนของเด็กน้อยมีแผลผุพองทั่วทั้งแขน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล โชคดีที่เด็กน้อยได้รับบาดเจ็บไม่มาก และไม่มีใครเสียชีวิต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระวังให้ดี เมื่อซื้อลูกโป่งแบบนี้ให้ลูกเพราะในลูกโป่งมีแก๊สที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟและระเบิดได้ค่ะ อ้างอิงจาก https://news.ch7.com/detail/379686
6 ธันวาคม 2562