fbpx

คุณแม่ต้องรู้! 6 สารอาหารสำคัญที่ลูกควรทานเพื่อพัฒนาการที่ดีของลูก

Writer : Lalimay
: 17 กุมภาพันธ์ 2563

พัฒนาการของลูกคือสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนล้วนใส่ใจ ซึ่งสารอาหารก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยพัฒนาด้านต่างๆ ของลูกได้ ทั้งเรื่องของสุขภาพ พัฒนาการทางสมอง ความจำ ระบบประสาทและสายตา เราไปดูกันดีกว่าจะมีสารอาหารอะไรกันบ้างที่เราควรให้เจ้าตัวเล็กทานเพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกค่ะ

สารอาหารที่ 1 : DHA

ดีเอชเอ (Docosahexaenoic Acid: DHA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ โดยเฉพาะโครงสร้างในระบบประสาทและสมองของมนุษย์ ยิ่งในวัยเด็กด้วยแล้ว ยิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมอง เพื่อให้สมองของลูกพัฒนาอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการใช้เหตุผล การเรียนรู้ การควบคุมกล้ามเนื้อ และการใช้สายตาที่สัมพันธ์กัน

เด็กที่ได้รับ DHA อย่างเพียงพอและเป็นประจำจะทำให้มีความจำที่ดี รวมทั้งเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และยังช่วยบำรุงสายตาของเด็กอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม เด็กที่ไม่ได้รับ DHA มากพอจะทำให้มีปัญหาต่อการมองเห็น รวมทั้งทำให้ระดับไอคิวลดต่ำลง และเรียนรู้ได้ช้าลง

พบได้ใน : นมแม่ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ทูน่า สาหร่ายทะเลบางชนิด และปลาน้ำจืดที่มีไขมันสูง เช่น ปลายสวาย ปลาช่อน ปลาดุก

 

สารอาหารที่ 2 : โอเมก้า 3 

โอเมก้า 3 คือ กรดไขมันโอเมก้า-3 (omega-3) เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย (Essential fatter acid) แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการเรียนรู้ การรับรู้ ระบบความจำ รวมไปถึงเรื่องของจอประสาทตา และที่สำคัญคือระบบประสาทเกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้ของเด็ก

เด็กที่ได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอจะทำให้ร่างกายได้รับการพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการทำงานของสมองและจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจำระยะสั้นและ ทักษะในการอ่าน นอกเหนือจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้ออีกด้วย

พบได้ใน : ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า นอกจากนี้ยังมีในถั่วและธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดเจีย วอลนัท รวมไปถึงน้ำมันพืช อย่างน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันคาโนล่า

 

สารอาหารที่ 3 : โอเมก้า 6

โอเมก้า 6 คือ กรดไขมันโอเมก้า-6 (omega-6) เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย (Essential fatter acid) แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้เช่นเดียวกับโอเมก้า 3 โดยโอเมก้า 6 จะเป็นเหมือนตัวถ่วงดุลให้กับโอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายเราจะใช้ประโยชน์ของทั้งคู่ จะขาดตัวใดตัวหนึ่งไปไม่ได้ ดังนั้นหากร่างกายได้รับทั้งโอเมก้า 3 และ 6 พร้อมกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น

เด็กที่ได้รับโอเมก้า 6 ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย การทำงานของสมองและหัวใจ อีกทั้งช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนให้อยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น เมื่อได้รับคู่กับโอเมก้า 3 ก็จะทำใระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น

พบได้ใน : น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว, จมูกข้าว และถั่วชนิดต่างๆ

 

สารอาหารที่ 4 : โอเมก้า 9 

โอเมก้า 9 คือ กรดไขมันโอเมก้า-9 (omega-9) ที่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งจะแตกต่างจากโอเมก้า 3 และ 6 ตรงที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาได้เอง ดังนั้นจึงอาจจะไม่ได้เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็น (Essential fatter acid) แต่ว่าก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะโอเมก้า 9 จะช่วยในการทำงานของโอเมก้า 3 และ 6 ในการสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์สมอง ซึ่งในบางทีก็อาจจะผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เด็กที่ได้รับโอเมก้า 9 จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงทำให้เซลล์สมองมีความแข็งแรงมากขึ้น ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานปกติ หัวใจ สมอง ตับ ไต และอวัยวะอื่นๆ ทำงานได้ดีขึ้น

พบได้ใน : น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา อัลมอนด์ และอะโวคาโด

 

สารอาหารที่ 5 : โคลีน 

โคลีน เป็นสารประเภทวิตามินที่ละลายน้ำได้ โดยร่างกายของเราสามารถผลิตโคลีนได้เองจากตับ แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งโคลีนเป็นองค์ประกอบสำคัญในเยื่อหุ้มสมองและสารเคมีสื่อสมอง อย่าง อะเซทิลโคลีน ที่ช่วยควบคุบความจำและสติปัญญา หากได้รับน้อยจะทำให้ความสามารถในการคิดลดลง

เด็กจึงควรที่จะได้รับโคลีนอย่างเพียงพอ เพื่อที่จะช่วยในเรื่องความจำและการเรียนรู้ของสมอง ทำให้ลูกจดจำได้ดีและเรียนรู้ได้อย่างมีประสทธิภาพมากขึ้น

พบได้ใน : ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง กะหล่ำดอก เนื้อสัตว์ ปลา จมูกข้าวสาลี 

 

สารอาหารที่ 6 : ลูทีน 

ลูทีน เป็นสารอาหารธรรมชาติ ที่อยู่ในตระกูลของสารแคโรทีนอยด์ (carotenoids) โดยลูทีนพบมากในจอประสาทตา หรือเรตินา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดที่รูปภาพและแสงส่วนมากจะมาตกบริเวณนี้ และเป็นส่วนที่จอตารับภาพได้ชัดที่สุดนั่นเอง ดังนั้นลูทีนจึงทำหน้าที่บำรุงตา ทำให้จอตาไม่เสื่อมเร็ว 

เด็กที่ได้รับลูทีนในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้เด็กมีสายตาที่ดีขึ้น เสริมสร้างการมองเห็นและบำรุงสุขภาพสายตา นอกจากนี้ลูทีนยังขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำอีกด้วย

พบได้ใน : ผักใบเขียว เช่น ผักปวยเล้ง บรอกโคลี (Broccoli) คะน้า และผักที่มีสีส้มและเหลือง ข้าวโพด กีวี่ องุ่น ส้ม 

จะเห็นได้ว่าสารอาหารเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ของลูก คงจะดีไม่น้อยถ้าลูกจะได้รับสารอาหารเหล่านี้ในครั้งเดียว เหมือนกับสารอาหารที่อยู่ในนม “S-26 Gold Progress UHT”

 

S-26 Gold Progress UHT สารอาหารเพื่อการเรียนรู้

เมื่อการทานอาหารทั่วไปเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาการของเจ้าตัวเล็ก “S-26 Gold Progress UHT” จึงเป็นนมยูเอชทีเสริมสารอาหาร ที่น่าสนใจมากๆ ด้วยการคิดค้นสูตรและพัฒนานม UHT ให้มีสารอาหารที่ครบถ้วนมากที่สุด โดยไวเอท นิวทริชั่น ผู้ค้นค้วาและวิจัยในเรื่องสารอาหารที่เด็กต้องการ สำหรับเสริมการพัฒนาสมองมากว่า 100 ปี จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยในนม S26 UHT 1 กล่อง อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนต่อการพัฒนาสมองและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นดีเอชเอ, โอเมก้า 3,6,9 และโคลีน นอกจากนี้ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาอย่างลูทีน เรียกได้ว่าเพียงแค่นมกล่องเดียวก็เติมเต็มสารอาหารที่จำเป็นให้แก่เจ้าตัวเล็กได้เช่นกัน

ที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กในเรื่องการดื่มนม ก็คงต้องเป็นรสชาติอร่อยและกลิ่นที่หอม บอกเลยว่านม S26 UHT กล่องนี้มีรสชาติที่ดีมากๆ แถมยังมีกลิ่นหอมที่ลูกจะต้องเลิฟจนดูดหมดกล่องแบบไม่รู้ตัวแน่นอน เพราะนมกล่องนี้เป็นนมรสจืด กลิ่นวานิลลา ที่ดื่มเมื่อไหร่ก็โดนใจเจ้าตัวเล็ก หอมอร่อย ดื่มง่ายและได้ประโยชน์เต็มๆ

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนสนใจนม “S-26 Gold Progress UHT” สำหรับเจ้าตัวเล็กก็สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ Lazada http://bit.ly/s26golduht

#S26GoldUHT #เอส26โกลด์โปรเกรสยูเอชที #เอส26โกล์ดยูเอชที

ข้อมูลอ้างอิง

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 เทคนิคง่ายๆ ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง
ช่วงวัยของเด็ก
Update
ข่าว ข่าว
คนไทยติดเชื้อ covid-19 เพิ่มขึ้น 120 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ยอดสะสม 1,771 ราย ผู้ป่วยใหม่ 120 ราย หายแล้ว 557 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 1,771 ราย เสียชีวิต 12 ราย จำนวนผู้ติดนั้นตอนนี้พบในต่างจังหวัดมากกว่าในกทม. โดยเฉพาะที่นนทบุรี 104 ราย, สมุทรปราการ 72 ราย, ภูเก็ต 71 ราย, ชลบุรี 47 ราย ตัวเลขของู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โปรดรักษาสุขภาพและระมัดระวังในการออกไปนอกบ้านด้วยนะคะ อ้างอิง  https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873833 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดสายด่วน COVID-19 เพื่อลดการเดินทางมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จึงได้เปิดช่องทางให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับโรค COVID-19 โดยบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึงช่วยเหลือผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่มีข้อสงสัยต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่านสายด่วน COVID-19 Call Center โทร 06 4586 2420 และ 06 4586 2421 ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 20:00 น. เริ่ม 1 เมษายน 2563 นี้ อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873377 นักศึกษามช. คิดค้น MasquraX หน้ากาก…
1 เมษายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort