fbpx

4 ประโยชน์การเล่นอย่างอิสระทำให้ลูกฉลาด

Writer : OttChan
: 15 กรกฏาคม 2562

สิ่งที่มาควบคู่เลยกับพัฒนาการของลูกก็คือ การเล่น คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กๆใช้เวลาอยู่กับการเล่นเยอะ จึงมีบ้างที่อยากให้กลับมาสนใจกับบทเรียนมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้ว การเล่นนี่ล่ะที่ช่วยเสริมพัฒนาการที่ดีที่สุดให้กับลูก เราจะมาดูไปด้วยกันดีกว่าว่าการเล่นสามารถช่วยในเรื่องพัฒนาการของลูกได้อย่างไรบ้าง

การเล่นช่วยพัฒนาการสมองให้ดีขึ้

เรามักจะติดภาพว่าการพัฒนาสมองของเด็กๆ คือการเปิดตำราอ่านหนังสือให้มาก และได้ทดลองทายคำถามหรือเชาว์ปัญญาเพื่อฝึกทักษะ แต่ในความจริงแล้วการเล่นเองก็เป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่ทำให้เขาสามารถเสริมทักษะและพัฒนาสมองอย่างต่อเนื่อง เพราะการได้อิสระให้ออกไปทดลองเล่นจริง ประสบการณ์จริง จะช่วยให้เขารู้จักคิดถึงสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองมากขึ้น

การเล่นบทบาทสมมุติช่วยพัฒนาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

บางครั้งลูกก็สวมบทบาทเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ และในบางทีก็สวมบทบาทเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือตัวละครที่เขาชื่นชอบ ดูแล้วเหมือนเป็นอะไรขำขันและอาจไม่ได้สาระ 

แต่นี่ล่ะ! คือการเล่นที่ช่วยพัฒนาความสร้างสรรค์ของเขาได้ดีที่สุด เด็กจะมีจินตนาการที่กว้างไกล รวมไปถึงทำให้เขาค้นพบหลายๆ สิ่ง ที่อาจจะกลายเป็นอาชีพหรือแรงบันดาลใจในอนาคต

ดังนั้นถ้าหากเห็นเขาชอบเล่นเป็นใคร ก็อย่าลืมชมเชยและเล่นเป็นแฟนคลับของเขานะคะ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเด็กเอง

การเล่นทำให้รู้จักการเข้าสังคม อยู่ร่วมกับผู้อื่นและมีการแบ่งปัน

เพราะบางการเล่นนั้นไม่สามารถเล่นได้ด้วยตัวคนเดียวจึงเกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีมขึ้น การเล่นจึงเป็นหนึ่งในการพัฒนาความสัมพันธ์ ทำให้ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิด, รู้จักที่จะแบ่งปันแล้วช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากจะช่วยให้มีพัฒนาการที่ดีทางสังคมแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ที่จะเข้าอกเข้าใจ และแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนอื่นอย่างชาญฉลาด

การเล่นช่วยพัฒนาให้รู้จักคิดอย่างเป็นระบบ

วัยเรียนรู้นอกจากจะต้องตั้งใจเรียนกับเนื้อหาและบทเรียนแล้วนั้น การจัดการรับผิดชอบสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ก็ทำให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้นในเวลาไปโรงเรียนหรือท่องเที่ยว การเล่นจะช่วยเสริมสร้างให้เขาได้รู้จักการลำดับก่อนหลัง ตั้งคำถามและหาคำตอบกับทุกอย่างที่สงสัย ทำให้กระบวนการทางความคิดมีการใช้สมองอยู่ตลอดเวลา

และสิ่งที่มาเติมเต็มให้กับการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ ก็คืออาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ เช่น นมโฟรโมสต์โอเมก้า โกลด์ สูตรเพิ่ม DHA ถึง 27 มิลลิกรัม ช่วยเสริมการพัฒนาของระบบประสาทและการเรียนรู้ของลูกได้เป็นอย่างดี

โฟรโมสต์โอเมก้า โกลด์ ” ใหม่ รสน้ำผึ้ง “

 นมสูตรใหม่ของ โฟรโมสต์โอเมก้า โกลด์ มีพร้อมทั้งคุณประโยชน์จากวิตามิน A, C, D อุดมไปด้วยแคลเซียมที่บรรจุมาเต็มกล่อง และมี DHA สูงถึง 27 มิลลิกรัม รสชาติอร่อยถูกปากทั้งเด็กเล็กและเด็กโต สามารถพกทานได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งตอนนี้มีออกมาถึง 2 รสชาติทั้งรสจืด และรสน้ำผึ้ง ที่ผสมน้ำผึ้งแท้ หอมหวานธรรมชาติ เพิ่มความอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอและมีประโยชน์ เขาก็พร้อมที่จะเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นเรามาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวเล็กกันนะคะ

ถ้าสนใจนมโฟรโมสต์โอเมก้า โกลด์ สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปหรือสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ foremostthailand เลยค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562