fbpx

เมื่อลูกเรียนเก่ง แต่ไม่มีใครคบ!! 6 แนวทางการเลี้ยงลูกให้เก่ง และดีไปพร้อมๆ กัน

Writer : Mneeose
: 27 สิงหาคม 2562

ในสังคมทุกวันนี้ เรามักจะให้ค่านิยม หรือความสำคัญกับ “เด็กเก่ง” ยิ่งเก่งดี  จนอาจละเลย “เด็กธรรมดา” ไป ถึงแม้ว่าเขาจะเรียนไม่ได้เก่ง แต่สามารถใช้ชีวิตร่วมกกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข จึงทำให้บางครั้งเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากเกินไป ความคาดหวังจากคุณพ่อคุณแม่กลับเป็นตัวกดดันลูกอย่างชัดเจน

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านจึงสร้างกรอบกำหนดทางเดินชีวิตให้ลูกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ผลักดันให้ลูกเรียนหนักขึ้น เพื่อไปแข่งขันกับเด็กคนอื่นๆ จนบางครั้งลืมที่จะปลูกฝังลูกให้มีน้ำใจกับผู้อื่นแทน Parents One จึงขอเสนอเรื่อง 6 แนวทางการเลี้ยงลูกให้เก่ง และดีไปพร้อมๆ กัน จะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลยค่ะ

สอนลูกให้รักตัวเอง เข้าใจความเปลี่ยนแปลง และแบ่งปันผู้อื่นอยู่เสมอ

จุดเริ่มต้นของการสร้างลูกให้เป็นเด็กเก่ง และเด็กดี นั่นคือ การที่คุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกรู้จักรักตัวเอง และรักผู้อื่น รวมทั้งเปิดใจยอมรับความแตกต่างของคนทุกคนในสังคมเป็นอันดับแรก

เพราะการที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความรัก และเวลากับลูกอย่างเพียงพอ ทำให้ลูกรู้ว่ามีคนที่รักเขา และคอยสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ที่เขาทำ จะทำให้ลูกมองเห็นคุณค่าในตัวเองว่ามีตัวตนในสายตาของคนอื่น นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจของเขาไม่มัวแต่จับจ้องต้องการความรักจากพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว หรือที่เรียกว่า ไม่มีอาการ “เรียกร้องความสนใจ” เกิดขึ้นนั่นเอง

สิ่งที่ตามมา คือ ลูกจะรู้จักการแบ่งปันให้ผู้อื่น แบบไม่หวังผลตอบแทน โดยคุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูกไปบริจาคสิ่งของ ของเล่น หรือเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วให้เด็กกำพร้า ซึ่งวิธีการนี้ คือการสอน และปลูกฝังให้ลูกมี EQ ที่สูงขึ้นนั่นเองค่ะ

 

ค้นหาศักยภาพของลูกที่แท้จริง ให้ลูกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

การที่ลูกเรียนวิชาการไม่เก่ง อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่หากลูกค้นพบศักยภาพที่แท้จริง หรือที่เรียกกันว่า “พรสวรรค์” ซึ่งต้องใช้เวลาแสวงกว่าจะเจอ

ลองให้ลูกมีอิสระในการตัดสินใจ เลือกเส้นทางเดินชีวิตของตัวเอง ไม่บังคับความคิดลูก ให้ลูกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เขาจะรู้สึกอยากทำแต่สิ่งที่ดีๆ และไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังที่ให้เขาได้เลือกชีวิตของตัวเอง

หากคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตลูกของตัวเองดีๆ ก็มักจะมีความสามารถ และความถนัดทางด้านอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน หรือรู้แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก หากศักยภาพเหล่านั้น อาจทำให้ลูกประสบความสำเร็จในอนาคต การที่ลูกได้ทำให้สิ่งที่ตัวเองรัก และมีความสุขกับมัน ยิ่งทำให้ลูกเก่ง และพร้อมที่จะเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก

 

สอนลูกให้มองมุมกลับ รู้จัก “ใจเขา ใจเรา” มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น 

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกมีน้ำใจ และคอยช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเขาลำบากอย่างเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรให้ลูกได้ลองเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนมุมมองทัศนคติให้เป็น หากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

ที่สำคัญ คือ ควรสอนให้ลูกรู้จักคิดแบบ “ใจเขา ใจเรา” คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นให้มากๆ เพราะถ้าเราอยากทำให้เขารู้สึกกับเราอย่างไร เราก็ควรเริ่มต้นทำกับเขาแบบนั้นก่อนเช่นกัน หรือพฤติกรรมบางอย่าง เราควรสอนให้ลูกคิดดีๆ ก่อนทำลงไป ให้นึกถึงใจเขา ใจเรา มาเป็นอันดับแรก เช่น

การยืมยางลบเพื่อนจะต้องคืนทุกครั้ง ให้นึกถึงใจเขาใจเรา เพราะเราก็ต้องอยากได้ยางลบของตัวเองคืนเช่นกัน การเลี้ยงลูกให้มีมุมมองแบบ “ใจเขา ใจเรา” ยิ่งจะทำให้ลูกกลายเป็นที่รักของคนรอบข้างได้ง่ายนั่นเองค่ะ

 

สอนลูกให้เข้าใจว่าความเก่ง ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด

เด็กเก่ง ไม่ใช่เด็กที่มีนิสัยดีทุกคน เพราะความเก่งไม่สามารถวัดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ดังนั้น การเรียนเก่งจึงไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะอยากให้ลูกเรียนเก่งๆ เพื่อที่จะหางานทำได้ง่ายในอนาคต แต่ไม่เคยได้ถามเด็กเลยว่า เขานั้นชอบสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่

ในปัจจุบันมีเด็กเก่งมากมายที่เก่งแต่เฉพาะเรื่องการทำข้อสอบ แต่ใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง เพราะพวกเขาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ จนอาจกลายเป็นปมเล็กๆ ในใจ แม้ว่าตอนเด็กจะมีคนคอยสนับสนุนเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อเติบโตขึ้นมาแล้ว กลับต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง แบบไม่มีตัวเลือกเหมือนกับการทำข้อสอบ เพราะมีแต่ตัวเราเท่านั้น ที่จะเป็นคนกำหนดชีวิตของเราได้นั่นเองค่ะ

จงอย่าเลี้ยงลูกให้สนใจแต่มุ่งไปจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว เพราะระหว่างทางมันมีอะไรที่ดีมากกว่านั้นอีกเยอะ ทั้งประสบการณ์ และความสุขแม้จะยังไม่ถึงเส้นชัยก็ตาม เพราะลูกไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กเก่งที่สุด แต่ควรจะเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุด

 

ไม่กดดันลูก ให้เป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น 

การไม่คาดหวังในตัวลูกมากเกินไป จะทำให้ลูกไม่ต้องกดดันตัวเอง เพื่อต้องการทำให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่หารู้หรือไม่ว่าเรากำลังเป็นคนที่กำลังบังคับจิตใจลูก ให้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น รวมทั้งทำในสิ่งที่ไม่อยากทำอยู่

ยิ่งลูกเป็นเด็กเรียนเก่งอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะยิ่งมีความคาดหวังต่ออนาคตของลูกมากเกินไป จนบางครั้ง อาจทำให้ลูกสูญเสียความเป็นตัวเองได้ค่ะ วิธีการแก้ปัญหา ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรลดความคาดหวังลง ไม่กดดันลูกทั้งทางตรง และทางอ้อม ที่สำคัญควรสนับสนุนในสิ่งที่ลูกเลือกอยากจะเป็นแทนนั่นเองค่ะ เพื่อให้ลูกสามารถเดินตามความฝันได้เต็มที่แบบไม่ต้องเครียด

คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าลืมให้กำลังใจลูก แม้จะเป็นเพียงความสำเร็จเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรให้ความชื่นชม และส่งเสริมแรงบวกให้ลูกมีกำลังใจในการที่จะเป็นทั้งเด็กเก่ง และเด็กดีนั่นเองค่ะ

 

สอนให้ลูกรู้จักหน้าที่ของตัวเอง เรียนรู้การปรับตัวเข้าสังคม

การรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับลูก เพราะเหมือนเป็นการตั้งเป้าหมายให้ลูกได้พิชิตภารกิจ การที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังว่าตอนนี้ลูกเป็นนักเรียน มีหน้าที่เรียนหนังสือให้เก่ง และเล่นกับเพื่อนให้สนุก ทำในสิ่งที่อยากทำ ลองในสิ่งสิ่งที่อยากลอง จะยิ่งทำให้ลูกรู้เป้าหมายของการมาโรงเรียนแบบชัดเจนขึ้น และที่สำคัญ คือ เขาจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ค่ะ

การปรับตัวเข้ากับสังคมของลูก ถือเป็นประสบการณ์ที่เขาจะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ทำได้เพียงคอยให้คำแนะนำลูกอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เท่านั้นค่ะ การมีเพื่อนที่ดีถือเป็นประสบการณ์ที่ลูกต้องค้นหา และรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ เพราะฉะนั้นทักษะในการเรียนรู้การเข้าสังคมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับลูกนั่นเองค่ะ

 

การเป็นเด็กเรียนเก่งในวันนี้ ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในวันหน้าสุดท้ายแล้ว ความดีจะสร้างความเก่งให้กับลูกได้นั่นเองค่ะ การเป็นเด็กเก่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กดีไม่ได้นะคะ เพราะขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดของคุณพ่อคุณแม่ ที่คอยมอบทั้งความรักและเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่ รวมทั้งทัศนคติของลูกที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีค่ะ

ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กเก่ง หรือเด็กดี คุณพ่อคุณแม่ก็รักเขามากที่สุดอยู่ดีแหละค่ะ

#มากกว่าเรียนเก่งคือต้องเป็นเด็กดี

 

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 เทคนิคง่ายๆ ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง
ช่วงวัยของเด็ก
ทำอย่างไรดีเมื่อลูกกรี๊ด
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ลูกโป่งเป็นสิ่งที่เวลาเด็กๆ เห็นมักจะร้องอยากได้ โดยเฉพาะกับลูกโป่งที่เป็นลายการ์ตูนด้วยแล้ว ก็ยิ่งอยากได้มากขึ้นไปอีก แต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องระวังกันนิดนึงนะคะ เพราะลูกโป่งก็อาจก่อให้เกิดอันตรายกับลูกแบบไม่คาดคิดได้ อย่างเหตุการณ์นี้ที่ลูกโป่งการ์ตูนระเบิดจนทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามไปยังแขนของเด็กชายวัย 8 เดือน เหตุเกิดขึ้นหลังจากวันที่เด็กชายร้องอยากได้ลูกโป่ง แม่จึงซื้อให้ในวันถัดมาขณะที่เด็กถือเชือกลูกโป่งไว้ในมือจู่ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้น และมีเปลวไฟมาติดที่ผมและเสื้อผ้าของผู้เป็นแม่ หลังจากรีบอุ้มลูกเข้าห้องน้ำไปดับไฟแล้ว ก็ได้ยินลูกร้องงอแง และพบว่าแขนของเด็กน้อยมีแผลผุพองทั่วทั้งแขน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล โชคดีที่เด็กน้อยได้รับบาดเจ็บไม่มาก และไม่มีใครเสียชีวิต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระวังให้ดี เมื่อซื้อลูกโป่งแบบนี้ให้ลูกเพราะในลูกโป่งมีแก๊สที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟและระเบิดได้ค่ะ อ้างอิงจาก https://news.ch7.com/detail/379686
6 ธันวาคม 2562