fbpx

6 เคล็ดลับในการอาบน้ำและดูแลผิวเพิ่มสายใยรักระหว่างแม่ลูก

Writer : Lalimay
: 9 กรกฏาคม 2562

อาบน้ำแล้วสบายตัว สระหัวแล้วสบายผม ~ การอาบน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลและรักษาความสะอาดของร่างกาย แต่เด็กๆ มักจะไม่ชอบอาบน้ำกันเท่าไหร่นัก กว่าจะพาตัวมาอาบได้ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่าลูกเคยอาบน้ำแล้วเจอเหตุการณ์ที่ทำให้จำฝังใจอย่างตกใจตอนที่น้ำโดนตัว หรือว่ากลัวเสียงต่างๆ ในเวลาที่อยู่ในห้องน้ำ หรือว่าห่วงเล่น ดังนั้นคุณแม่จึงเหมือนเป็นคนสำคัญที่จะคอยช่วยให้ลูกอาบน้ำได้อย่างมีความสุข วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการอาบน้ำและดูแลผิวที่จะช่วยให้ลูกหายกลัวเวลาอาบน้ำแถมยังเป็นการเพิ่มสายใยรักระหว่างแม่ลูกมาฝากค่ะ

อาบน้ำโดยใช้น้ำอุ่นกำลังพอดี

การอาบน้ำ นอกจากจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากตัวลูกแล้ว ยังถือเป็นช่วงเวลาที่สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ว่าเราจะได้ใช้เวลาในการสัมผัส ลูบไล้ลูกด้วยความรักและความอ่อนโยน โดยการอาบน้ำนั้นเราควรใช้น้ำอุ่นกำลังดีหรืออุณหภูมิห้อง เพราะถ้าเกิดน้ำร้อนเกินไปผิวของลูกอาจเสียความชุ่มชื้นได้ หากใช้น้ำอุ่นก็ควรจะวนน้ำให้ความร้อนกระจายจนทั่ว

ซึ่งความสูงของน้ำก็ไม่ควรสูงเกินไปนักอาจจะอยู่ที่ประมาณเอว เราไม่ควรให้ลูกแช่อยู่ในน้ำนานเกิน 10 นาทีเพราะอุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆ ลดลง อาจทำให้ลูกหนาวได้ และที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่ในอ่างอาบน้ำคนเดียวเด็ดขาดแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม 

เพียงแต่การใช้น้ำในการทำความสะอาดให้ลูกอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะน้ำไม่สามารถชะล้างคราบมันที่หลงเหลือได้ทั้งหมด ยิ่งถ้าน้ำที่ใช้มีคลอรีนหรือกระด้างก็อาจทำให้ผิวของลูกแห้งได้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวของลูกให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ นอกจากนี้เพื่อไม่ให้ลูกตกใจเวลาที่น้ำโดนตัว แนะนำให้เอาน้ำลูบเท้า ลูบแขนก่อนเพื่อให้ลูกชินแล้วค่อยๆ เอาน้ำราดตัวค่ะ

 

นวดศีรษะขณะสระผมทำให้ผ่อนคลาย

นอกจากการอาบน้ำแล้ว การสระผมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อลูกเล่นจนเหงื่อซ่ก ศีรษะจะเป็นส่วนที่มีเหงื่อออกเยอะหากไม่ได้สระผมก็จะทำให้เกิดการหมักหมมและมีกลิ่นที่ไม่หอมชื่นใจได้ แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ชอบสระผมเพราะไม่อยากให้น้ำหรือแชมพูไหลเข้าตา และเป็นสาเหตุให้เจ้าตัวเล็กแสบตานั่นเอง ดังนั้นเราจึงควรเริ่มจากค่อยๆ ใช้ฟองน้ำชุบน้ำแล้วบีบใส่ศีรษะของลูกเพื่อให้เขาเริ่มชิน ระวังอย่าให้ไหลลงมาที่หน้า จากนั้นค่อยบีบแชมพูและนวดให้เกิดฟองใช้นิ้วมือคลึงตามหนังศีรษะเบาๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ถ้าจะให้ดีก็ควรเลือกแชมพูที่มีความอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา พอนวดเสร็จแล้วก็ค่อยๆ ล้างฟองออกจนหมดแล้วรีบเช็ดผมลูกให้แห้ง 

และเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแสบตาในขณะที่สระผม เราจึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์แชมพูที่เหมาะกับเด็ก เช่น จอห์นสัน แชมพู แชมพูสีเหลืองทองที่เด็กๆ ทุกคนคุ้นเคยด้วยการทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน เป็นสูตรอ่อนโยนต่อดวงตาไม่ต่างจากน้ำบริสุทธิ์ หรือถ้าเจ้าตัวเล็กโตขึ้นมาหน่อย การได้ใช้แชมพูหอมๆ รวมไปถึงมีขวดที่น่ารัก สีสันสดใส ก็น่าจะทำให้ลูกอยากสระผมมากขึ้น อย่างการใช้ จอห์นสัน แอคทีฟ คิดส์ ชายน์นี่ ดร็อปส์ แชมพู แชมพูที่ทำให้ผมลูกน้อยนุ่มลื่น หวีง่ายไม่พันกัน

 

ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่อ่อนโยนต่อผิว

ผิวของเด็กบอบบางกว่าที่เราคิดมากค่ะ อีกทั้งชั้นผิวยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวของลูกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นสบู่ที่ใช้อาบน้ำ หรือแชมพูที่ใช้สระผมก็ตาม

ซึ่งตอนนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับเด็กที่เน้นความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก อย่างจอห์นสันโฉมใหม่ที่เลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดฝ้าย มาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว อย่าง สารพาราเบน (สารกันเสีย) พาทาเลต (สารเพิ่มความหนืด) ซัลเฟต (สารทำให้เกิดฟอง) และสีสังเคราะห์ อีกทั้งยังช่วยรักษาสมดุลของสกิน ไมโครไบโอมหรือจุลินทรีย์ที่ดีบนผิวเพื่อเป็นเกราะปกป้องลูกน้อยจากแบคทีเรียต่างๆ ด้วย

 

นวดตัวลูกด้วยโลชั่นกลิ่นหอม

การนวดตัวลูกเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกได้อย่างดี และยังช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านสุขภาพและอารมณ์ที่ดี เพราะการสัมผัสเป็นวิธีการแสดงความรักที่ลูกสัมผัสได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ‘กลิ่น’ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการด้านระบบประสาทสัมผัสทางจมูกและอารมณ์ที่ดีขึ้น ยิ่งเรานวดตัวลูกด้วยโลชั่นหอมๆ ก็จะช่วยทำให้ระบบประสาทของลูกได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้พัฒนาการของเป็นไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งลูกน้อยก็จะอารมณ์ดีจากสัมผัสรักจากคุณพ่อคุณแม่ และยังสามารถทำให้สบายตัวและหลับสบาย

นอกจากนี้โลชั่นยังเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลผิวของลูก เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยจอห์นสันสูตรปรับปรุงใหม่ได้เลือกใช้น้ำหอมที่ปลอดภัยที่สุดจากกว่า 5,000 ชนิด เพื่อให้ได้น้ำหอมที่ปราศจากสารภูมิแพ้แต่ยังคงกลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของจอห์นสันเอาไว้ ทำให้ลูกมีความสุขในช่วงเวลาที่อาบน้ำและบำรุงผิวด้วยโลชั่นหอมๆ นั่นเองค่ะ

ซึ่งโลชั่นของจอห์นสันก็มีกลิ่นหอมที่แตกต่างกันไป เช่น ‘จอห์นสันคอตตอนทัชโลชั่น’ โลชั่นหอมๆ นุ่มละมุน เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด ‘จอห์นสันมิลค์แอนด์ไรซ์ และ มิลซ์แอนด์โอ๊ต’ โลชั่นกลิ่นหอมๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย เหมาะกับน้องๆ วัยกำลังหัดเดิน 1-3 ขวบและทุกคนในครอบครัว และ ‘จอห์นสัน เบบี้โลชั่น สีชมพู’ ที่พวกเราคุ้นเคย

โดยโลชั่นสูตรปรับปรุงใหม่ทั้งหมดของจอห์นสันมีผิวสัมผัสบางเบาเลยทำให้ซึมชับเร็วแต่ยังคงความชุ่มชื้น ทำให้เจ้าตัวเล็กมีผิวนุ่มๆ หอมๆ น่ากอดที่สุดเลยค่ะ

 

เลือกบรรจุภัณฑ์เปิดใช้ง่าย

เวลาอาบน้ำให้ลูก ปัญหาอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักเจอคือการเปิดฝาขวดผลิตภัณฑ์ไม่ออก รวมไปถึงการทำขวดลื่นหลุดจากมือ อาจจะเป็นเพราะว่ามือของเรากำลังเลอะสบู่จึงทำให้เปิดฝาไม่ได้และมือลื่น ครั้นจะเปิดฝาทิ้งไว้ เราก็อาจจะเผลอปัดขวดจนทำให้สบู่หรือแชมพูหกเลอะเทอะได้ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ นะคะ แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีขวดใช้งานง่ายก็จะทำให้เราอาบน้ำให้ลูกได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีที่ดี จอห์นสันจึงได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ทำให้คุณแม่สามารถเปิดใช้งานสบู่และแชมพูได้ด้วยมือเดียว แถมรูปทรงขวดยังจับง่าย ถนัดมือทำให้ไม่หลุดมือเวลาใช้งาน ส่วนขวดที่เป็นหัวปั๊มก็มีการปรับปรุงฝาล็อกแบบใหม่ ที่เปิดปิดง่ายแค่หมุนหัวปั๊ม จึงไม่ต้องกังวลว่าเจ้าตัวยุ่งจะมากดโลชั่นเล่นค่ะ นอกจากนี้ยังมีการปรับแพ็คเกจจิ้งใหม่ มีไอคอนบอกการใช้งานตามช่วงอายุด้วยนะ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับช่วงวัย

ช่วงวัยก็เป็นส่วนสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้แก่ลูกนะคะ เพราะเด็กแต่ละช่วงมีกิจกรรมที่ต่างกันจึงก็มีความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน อย่างเด็กแรกเกิด 0-12 เดือน แน่นอนว่าความอ่อนโยนต้องมาเป็นอันดับแรกเพราะผิวของเขายังบอบบางอยู่ ยังไม่ได้มีกิจกรรมนอกบ้านมากนั้น  ซึ่งควรต้องเลือกใช้สบู่ที่เนื้อบางเบา ไร้สารตกค้าง รวมไปถึงใช้โลชั่นที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว อย่าง จอห์นสัน ท๊อป ทู โท บาธ ที่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมาะกับเด็กทารก หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่ล่าสุดอย่าง จอห์นสันคอตตอนทัชบาธแอนด์โลชั่น ผสมสารสกัดจากคอตตอนธรรมชาติ ที่อ่อนโยน 100% เหมาะสำหรับผิวเด็กแรกเกิดที่บอบบางเป็นพิเศษ

ส่วนเด็กวัยกำลังซน อายุ 1-3 ขวบ ก็เริ่มหัดคลาน หัดเดินพร้อม ไปทำกิจกรรมนอกบ้านต่างๆ เริ่มมีเหงื่อ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จึงควรต้องทำความสะอาดได้ดีแต่ก็เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วย เช่น จอห์นสัน มิลค์ไรซ์บาธแอนด์โลชั่น, จอห์นสัน มิลค์โอ๊ตบาธแอนด์โลชั่นและ จอห์นสัน เบบี้ แชมพู

และในเด็กโต 3 ขวบขึ้นไป เริ่มไปโรงเรียน และ มีการออกไปทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ รวมไปถึงความสนใจของเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายก็แตกต่างกัน เด็กผู้หญิงเริ่มสนใจความสวยงามผมเริ่มยาว เด็กผู้ชายก็จะมีกิจกรรมวิ่งเช่นซนกับเพื่อนๆ  ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสระผมก็ต้องเหมาะกับเด็กๆ ในช่วงวัยนี้อย่าง จอห์นสัน ชายนี่ดรอป แชมพู สีชมพูที่มีส่วนผสมของอาร์แกนออยล์ ทำให้ผมของลูกนุ่มลื่นไม่พันกัน หรือแชมพูแอคทีฟเฟรชสีสฟ้า ที่สามารถขจัดเหงื่อและดูแลผมลูกน้อยอย่างสมวัย

The New Johnson’s 

จอห์นสัน เบบี้ สูตรปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิม เป็นการคิดค้นและพัฒนาหาสูตรที่อ่อนโยนที่สุดสำหรับผิวของเจ้าตัวเล็ก โดยมีการคัดสรรและเลือกส่วนผสมท่ีปลอดภัยทั้งในสบู่เหลว แชมพูและโลชั่นบำรุงผิวทั้งหมด ให้ปลอดภัยปราศจากสารพาราเบน พาทาเลต ซัลเฟตและสีสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังคัดสรรกลิ่นหอมที่ไม่ก่อให้ผิวลูกเกิดการแพ้ พร้อมปรับดีไซน์ของบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัย น่ารักน่าใช้ สะดวกต่อการใช้งาน รวมไปถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกในทุกช่วงวัย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าลูกรักจะได้รับการดูแลผิวอย่างอ่อนโยนที่สุด

เห็นแบบนี้แล้ว หากสนใจผลิตภัณฑ์โฉมใหม่จากจอห์นสัน เบบี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ หรือจะสั่งซื้อออนไลน์ก็สามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ https://www.johnsonsbaby.co.th/where-to-buy เลยค่า 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562