fbpx

เลี้ยงลูกแบบ ‘ออร์แกนิค’ เทรนด์ของคุณแม่ยุคใหม่ที่มาแรงในปี 2019

Writer : Lalimay
: 4 มกราคม 2562

คุณแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีและเป็นธรรมชาติที่สุด จึงมีความพิถีพิถันช่างเลือก เพื่อให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ดังนั้นในปัจจุบันไม่ว่ามองไปทางไหนก็พบว่าสินค้าออร์แกนิคได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น รวมไปถึงอาหารค่ะ นั่นหมายความว่าเทรนด์การรักและดูแลสุขภาพแบบออร์แกนิคกำลังมาแรงทีเดียว ซึ่งก็เป็นเทรนด์ที่มาแรงในต่างประเทศได้สักพักแล้ว

ทำไมออร์แกนิคถึงได้รับความนิยม ?

ออร์แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลูกโดยวิธีเกษตรอินทรีย์ คือเป็นการปลูกที่ควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนของสารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งผู้ผลิตจะมีการเตรียมดินและน้ำที่ใช้ปลูกเป็นเวลาหลายปี เพื่อไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนหลงเหลืออยู่เลย และปุ๋ยที่ใช้ยังต้องเป็นปุ๋ยจากธรรมชาติ ไม่ผสมสารเคมีใดๆ ลงไป

นอกจากขั้นตอนการปลูกแล้ว ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจะถูกควบคุมการผลิต การแปรรูปของผลิตภัณฑ์ให้มีการเจือปนสารเคมีน้อยที่สุดอีกด้วย

ออร์แกนิคดีสำหรับลูกอย่างไร ?

ออร์แกนิคย่อมดีต่อสุขภาพ เพราะร่างกายที่ไม่ได้รับสารเคมีก็จะไม่มีการสะสมสารเคมีจนก่อให้เกิดโรค การที่เรากินหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากออร์แกนิคจะทำให้คุณค่าของแร่ธาตุธรรมชาติที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์จะยังคงสภาพและให้ประโยชน์กับร่างกายได้อย่างเต็มที่

เมื่อเห็นประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค แน่นอนว่าคุณแม่อย่างเราจึงตัดสินใจเลือกได้ไม่ยากเลยเพื่อให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดซึ่งพวกเราจะเห็นได้ว่าสินค้าออร์แกนิคในท้องตลาดมีอยู่มากมาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ อย่างที่เห็นกันบ่อยๆ ที่เกี่ยวกับเด็กก็จะเป็นพวกเสื้อผ้า ของเล่น ตุ๊กตา รวมไปถึงผัก ผลไม้และอาหารออร์แกนิค

แต่น่าแปลกนะคะที่เราไม่ค่อยเห็นนมผงที่เป็นออร์แกนิคในไทยเลย เพราะกว่าจะเป็นนมผงออร์แกนิคออกมาได้นั้นต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนที่หลากหลาย ละเอียดและซับซ้อนมากๆ และด้วยความเป็นนมผง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความละเอียดอ่อนต่อเด็ก ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจาก OCCP องค์กรที่รับรองมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากลอีกด้วย

แต่ตอนนี้ในประเทศไทยได้มีนมผงออร์แกนิคแล้วค่ะ! นั่นก็คือ S-26 Organic Progress ที่เป็นเจ้าแรกในไทยที่ผลิตนมผงจากนมออร์แกนิค 100% โดยใช้วัตถุดิบจากแหล่งฟาร์มนมในยุโรปและนิวซีแลนด์

ทั้งพื้นดิน พื้นหญ้าและน้ำล้วนปราศจากการใช้สารเคมีและปุ๋ยสังเคราะห์ การทำฟาร์มแบบออร์แกนิคมุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของวัวแต่ละตัว ซึ่งวัวเหล่านั้นได้กินแต่อาหารออร์แกนิคคุณภาพ พร้อมรับการเลี้ยงดูตามหลักการออร์แกนิคและมีการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเคร่งครัด สามารถออกไปเดินในพื้นหญ้าอันกว้างขวางได้อย่างอิสระอีกด้วย

และที่สำคัญคือได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากลโดย OCCP ตั้งแต่วัตถุดิบการผลิตจนถึงระบบขนส่ง เรียกได้ว่าพิถีพิถันทุกขั้นตอน และบริสุทธิ์สุดๆ ไม่ต่างจากความรักบริสุทธิ์ของคุณแม่ที่มีให้เจ้าตัวเล็กเลยล่ะค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.s-momclub.com/s-26organicprogress/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563