fbpx

เพิ่มประสิทธิภาพ Brain Connection เพิ่มพัฒนาการสมองลูกน้อย

Writer : Lalimay
: 14 มิถุนายน 2562

นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์ โรคระบบประสาท

  • การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G
  • สฟิงโกไมอีลิน เป็นสารอาหารที่พบมากในนมแม่ นม ผลิตภัณฑ์นม ช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง
  • การเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างปลอกไมอีลิน เริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด และถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

สมองคือตัวการสำคัญที่จะทำให้ลูกรักสามารถทำสิ่งได้ต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การควบคุมการเคลื่อนไหว หรือการคิดวิเคราะห์และการวางแผนเมื่อเติบโตขึ้นไป แต่สมองจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วนเพื่อทำงานร่วมกัน หรือที่เรียกว่า Brain Connection

Brain Connection เป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง และจะมีประสิทธิภาพเมื่อมีการเชื่อมโยงอย่างรวดเร็ว การที่ลูกคลาน เดิน พูด วิ่งเล่น หัวเราะหรือร้องไห้นั้น เกิดขึ้นจากความลับของสมองอย่างการส่งสัญญาณหากันด้วยความรวดเร็วของสมองแต่ละส่วนนั่นเอง

หนึ่งในสิ่งสำคัญในการพัฒนาการสมอง คือ การสร้างไมอีลิน (myelin) ที่สมบูรณ์ ซึ่งช่วยเร่งการสื่อสารของเซลล์ประสาทและการเชื่อมของสมองให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งพบมากในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สมองแต่ละส่วนมีการเชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาสมองและพัฒนาการของเด็ก

โดยหนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน จะเป็นสารอาหารในกลุ่มไขมัน ซึ่งมีผลต่อไมอีลินโดยเฉพาะก็คือ “สฟิงโกไมอีลิน (sphingomyelin)”

สฟิงโกไมอีลินเป็นสารอาหารสำคัญที่พบได้มากในนมแม่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีม ชีส ซึ่งหากลูกได้รับสฟิงโกไมอีลินในปริมาณที่เหมาะก็จะเป็นวัตุดิบสำคัญต่อการสร้างไมอีลินในสมอง จะช่วยให้การทำงานของสมองเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นทารกจึงควรได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้นและมีความสัมพันธ์กับผลการประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย อีกทั้งเด็กและวัยรุ่นที่ได้รับนมแม่ในขณะที่เป็นทารกจะมี IQ และการทำงานในการเรียนรู้ที่ดีกว่า

อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า เด็กทารกตั้งแต่ช่วงอยู่ในครรภ์มารดาจนไปถึง 2 ปีแรกนั้นมีกระบวนการการพัฒนาของสมองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเราสามารถส่งเสริมการพัฒนาของสมองได้ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มไขมันอย่าง สฟิงโกไมอีลิน ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างไมอีลินในสมอง เพื่อให้สมองสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการเชื่อมต่อสัญญาณประสาทที่มีความรวดเร็ว เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนให้กับสมองนั่นเอง

#สฟิงโกไมอีลิน #โคลีน #ดีเอชเอ #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง #ช่วยสร้างไมอีลิน

เพิ่มประสิทธิภาพ Brain Connection เพิ่มพัฒนาการสมองลูกน้อย

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563