fbpx

7 เคล็ดลับ ฝึกลูกช่วยงานบ้าน

: 12 กันยายน 2561

การฝึกให้ลูกช่วยงานบ้าน กำลังเป็นเรื่องคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านให้ความสนใจ นอกจากจะได้ฝึกทักษะทางร่างกายหลายๆ อย่างแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความรับผิดชอบ และยังส่งเสริม EF ของเด็กๆ อีกด้วย วันนี้เรามี 7 เคล็ดลับ ฝึกลูกช่วยงานบ้าน มาฝากให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านนำไปประยุกต์ใช้กับเพื่อนกันค่ะ

1. ทำให้งานบ้านกลายเป็นเรื่องสนุกหรือเกม

เป็นมิชชั่นเล็กๆ ง่ายๆ ก็ได้ เช่น ใครเก็บของเล่นเสร็จก่อนจะได้ดาว เป็นต้น

2. ให้ลูกได้เลือกงานบ้านที่อยากทำด้วยตัวเอง

บางครั้งลูกอาจจะเบื่อถ้าต้องรับผิดชอบทำงานบ้านซ้ำๆ ลองให้ลูกได้เลือกสิ่งที่อยากทำ และปล่อยให้เขาจัดการหน้าที่ของเขาได้อย่างเต็มที่

3. มี Star Chart คือให้ดาวเป็นรางวัลเมื่อลูกช่วยงานบ้าน

ทุกครั้งที่ลูกช่วยเหลืองานบ้านของเขาเรียบร้อย อาจจะมีการเพิ่มคะแนนจาก Star Chart ว่าถ้าเขาทำได้ครบ จะมีรางวัลเช่นการพาไปเที่ยว เป็นการฝึกให้อดทนที่จะรอไปในตัวด้วย

4. ฝึกให้ลูกช่วยงานบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย

ยิ่งฝึกเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีเท่านั้น นอกจากเขาได้เรียนรู้ที่จะทำแล้ว เขายังได้เรียนรู้ว่า หน้าที่ของเขาก็สำคัญไม่แพ้หน้าที่ของคนในบ้าน ช่วยเพิ่มให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองด้วย

5. ทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

เป็นอีกเคล็ดลับที่สำคัญมาก ที่จะทำให้ลูกช่วยงานบ้านได้อย่างไม่มีข้ออ้าง เช่นเมื่อกลับมาบ้านเขาต้องเก็บรองเท้ากระเป๋านักเรียนให้เป็นที่ หรือช่วยเตรียมจานตอนกินข้าวทุกวัน เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้เขาได้เรียนรู้วินัยไปในตัว

6. มอบหมายประเภทของงานบ้านให้เหมาะกับอายุของเขา

การมอบหมายงานให้เหมาะกับอายุจะทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้น ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถของเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตนเอง

7. ชื่นชมเมื่อเขาตั้งใจช่วยเหลือ

สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ เมื่อลูกทำได้ดี เราควรชื่นชม เพื่อเป็นกำลังใจให้เขาทำดีในคราวต่อไป

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 วิธีที่คุณพ่อเล่นกับลูกได้
ชีวิตครอบครัว
9 สิ่งที่แม่ลูกอ่อนโหยหาเหลือเกิน
กิจกรรมของครอบครัว
10 คำพูด ที่คนเป็นแม่ไม่อยากได้ยินเลย
กิจกรรมของครอบครัว
20 เหตุผลที่เราควรพาลูก(และแม่)เที่ยว
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาเปิดมาสักระยะหนึ่ง ซึ่งนอกจากโรค COVID-19 แล้ว ยังทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปากอีกด้วย สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 กรกฎาคม 2563 พบผู้ป่วย 6,812 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยพบมากที่สุดในเด็กแรกเกิด - 4 ปี (82.56%) รองลงมาคืออายุ 7-9 ปี (4.80%) และอายุ 5 ปี (4.74%) โดยโรคมือ เท้า ปากจะพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กๆ สามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง โดยเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน อาการของโรคคือ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และต่อมา 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก ที่เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับวิธีป้องกันคือ  พ่อแม่ต้องคัดกรองลูกก่อนมาโรงเรียน หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน  ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อลดการสัมผัสความเสี่ยงที่เชื้อจะติดมากับของเล่น หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่นและพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม  ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรม หรือเล่นเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 5-6…
5 สิงหาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort