8 เคล็ดลับในการเตรียมลูกให้มีอนาคตที่ดีในแบบที่ลูกชอบ

Writer : Mneeose
: 19 ธันวาคม 2561

” ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ลูกอยากเป็นอีกต่อไป ”

ความชอบและความฝันตอนเด็กๆ ของทุกคนช่างดึงดูดเเละแสนสวยงาม ต่างจากความจริงที่ต้องเผชิญอย่างสิ้นเชิง เมื่อเรามีลูกจึงอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา โดยลืมถามลูกด้วยซ้ำว่า โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรคะ? จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาครอบครัวต่างๆ ตามมาไม่สิ้นสุด เพียงแค่เราไม่ได้เลี้ยงลูกในแบบของเขาอย่างเต็มตัวนั่นเอง วันนี้เราจึงมาคุยในหัวข้อ 8 กลยุทธ์เตรียมลูกให้มีอนาคตดีแบบเชิงบวก ทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นจากการเลี้ยงลูกที่ใช้ความเข้าใจ ถ้าอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่การบังคับของคนอื่น ลองไปอ่านกันเลยค่ะ

1. คิดตามเหตุ ได้ตามผล

การฝึกให้ลูกคิด และทำตามเหตุผลเป็นหลัก เป็นการสร้างสมองให้ลูกรู้จักคิดและตัดสินใจภายใต้เหตุผล ไม่ทำตามอารมณ์ เมื่อลูกโตขึ้นจะสามารถจัดการอารมณ์ และกำกับพฤติกรรมตนเองได้ ส่งผลต่อเนื่องกลายเป็นพฤติกรรมระยะยาวของลูก ซึ่งผลที่ตามมาจะดีหรือร้ายนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการคิด มุมมอง เเละพฤติกรรม การปฏิบัติตัวของลูกนั่นเอง

2. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ของลูกก็สำคัญเสมอ

คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่หลักในการสนับสนุนเรื่องเล็กๆ รวมทั้งเรื่องใหญ่ของลูกเสมอ โดยอาศัยความเข้าใจกันและกันภายในครอบครัว ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงการเาอาใจใส่ และแคร์ความรู้สึกของลูกๆ แม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเล็กที่มีความสำคัญไม่มากก็ตาม ลูกจะรู้สึกไว้ใจพ่อแม่ และเล่าเรื่องที่มีความสำคัญขึ้นไปเรื่อยๆ ในชีวิตของเขาให้เราฟังในอนาคตนั่นเอง

3. พูดคุยกับลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์

ทักษะการสื่อสารที่ดีของคุณพ่อคุณแม่มีความสำคัญในการใช้ชีวิตของลูก เพราะหากพ่อแม่สื่อสารกับลูกแบบไม่เข้าใจกัน จะทำให้เกิดปัญหาและความไม่เข้าใจ หรือถึงขั้นเข้าใจผิดตามมา ดังนั้นคำพูดจึงมีความสำคัญต่อความคิดของลูกที่ส่งผลให้เห็นอย่างชัดเจนในอนาคตค่ะ สิ่งที่สำาคัญที่สุดก็คือ เมื่อใดที่สั่งสอนลูก ต้องไม่ใช้อารมณ์ ไม่ตำหนิไปที่ตัวตนของลูกจนสูญเสียความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง

4. ใช้ความสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหว

เมื่อลูกเริ่มเกเร หรืองอแง ให้ใช้ความเงียบสงบ ไม่ต้องไปสนใจลูก จะทำให้ลูกได้เรียนรู้ว่า ถ้าทำแบบนี้อีก พวกเขาจะถูกคุณแม่เมินและไม่สนใจ วิธีนี้ช่วยให้เด็กไม่ทำตามใจตัวเอง และแคร์ความรู้สึกของคนอื่นๆ

5. ทุกคนมีสิ่งที่ต้อง “รับผิดชอบ”

ความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี การสอนลูกให้มีความรับผิดชอบง่ายๆ โดยการพาลูกอาบน้ำให้ตรงเวลา ช่วยคุณแม่เตรียมอาหาร เลี้ยงสัตว์ การเก็บที่นอนเมื่อตื่น เป็นต้น ทำให้เมื่อลูกโตขึ้น จะมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย เขาจะได้จัดแบ่งความสำคัญและเวลาได้อย่างลงตัว

6. พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกเป็นอย่างนั้น

ลูกมักเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้นเราจึงไม่ควรทะเลาะ รวมทั้งพูดคำหยาบกันต่อหน้าลูก เพราะลูกจะจำได้แม่น เเล้วส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกในอนาคตค่ะ การเว้นระยะห่างของพ่อแม่กับลูกจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะลูกจะได้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิตได้แบบเต็มที่ของเขาเอง

7.  จงเชื่อในสิ่งที่ลูกอยากเป็น เคียงข้างคอยสนับสนุน

เชื่อในสิ่งที่ลูกได้เลือกด้วยตัวเอง แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่มั่นใจในทางที่ถูกได้เลือกเดิน แต่อยากให้ยอมรับและคอยสนับสนุนลูกในทุกทางที่เขาได้เลือกด้วยตัวเองค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องเปิดใจให้กว้าง ยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่างๆ ที่รออยู่ในอนาคต

8. รับฟังความคิดเห็น ส่งต่อคำแนะนำให้ลูก

บางครั้งอาจไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็เเล้วแต่ อยากให้คุณพ่อคุณแม่รับฟังความคิดเห็นในมุมมองของลูกก่อนว่าเขาคิดอะไร เเละเปลี่ยนจากบังคับมาเป็นให้คำแนะนำดีๆ เท่านี้ปัญหาต่างๆก็จะคลี่คลายแล้วค่ะ

สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เงินทองที่มากมาย แต่กลับเป็น ความเข้าใจของครอบครัวที่ยอมรับอย่างเต็มใจในสิ่งที่ลูกชอบและอยากเป็นในอนาคต รวมถึงคอยสนับสนุนให้เขาเดินจนถึงสุดปลายทางในทางที่ตัวเองได้เลือกเท่านั้นเองค่ะ ผลข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่ต้องคิดมาก เพราะลูกจะสามารถผ่านไปได้แม้เส้นทางนั้นจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม ขอแค่มีครอบครัวอยู่เคียงข้างพวกเขาก็เพียงพอแล้วค่ะ

🔺พบกับเคล็ดลับการสร้างอนาคตที่ชอบของลูกและเรื่องราวแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่ทุกคนในหนังสือออนไลน์ (E-book) สามารถดาวน์โหลดได้สามารถโหลด E-Book ได้ ที่นี่
🔺และที่ LINE @s-momclub หรือโทร 02-640-2288 ค่ะ

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562