fbpx

" ใครๆก็สร้างสรรค์ได้ " ด้วยคู่มือการสอนของ Apple Book เวอร์ชั่นภาษาไทย

Writer : OttChan
: 29 สิงหาคม 2562

เมื่อนักเรียน ฉายแววการเป็นศิลปินตั้งแต่วัยเรียน อาจารย์จึงต้องมองหาตัวช่วยดีที่สุดเพื่อให้เขาได้พัฒนาความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่จะให้หาครบทั้งด้านศิลปะการวาด, ดนตรี, ตัดต่อนั้นก็อาจจะทำให้รู้สึกเป็นงานหนักเกินไปสำหรับอาจารย์เพียงคนเดียว แต่จะดีกว่าไหมหากเรามีคู่มือการฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถหาได้ไม่ไกลเกินเอื้อมแถมยังมีฟังก์ชั่นครบทุกด้านความการเสริมสร้างจินตนาการ อย่างเช่น หลักสูตร ใครๆก็สร้างสรรค์ได้ บน Apple Book ที่เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วในเวอร์ชั่นภาษาไทยค่ะ!

หลักสูตรนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

หลักสูตร ใครๆก็สร้างสรรค์ได้ เกิดการจากร่วมมือของบรรดาครูผู้สอนและผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์มาร่วมด้วยช่วยกันคิดค้นหลักสูตรเพื่อต้องการให้เด็ก ได้สื่อสารความเป็นตัวของตัวเองออกมามากที่สุดกับทุกวิชาที่เขาชอบ ทั้งยังมีเครื่องมือช่วยสอนอย่าง ipad แบบมี Apple Pencil และแอปฟรีมากมายทั้ง GarageBand, iMovie, Clip

มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

  • ช่วยให้ครูผู้สอนสามารถผสานความคิดและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆลงในวิชาเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์
  • ปูพื้นฐานด้านจินตนาการด้วยศัพท์และเทคนิคต่างๆ
  • พัฒนาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพราะพวกเขาสามารถใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปได้มากที่สุด
  • มีบทเรียนถึง 300 แบบให้ได้เลือกเรียนรู้สำหรับสื่อและโปรเจ็กต์ ควบคู่ทั้งวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ในบทเรียนเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สะดวกและก็เป็นประโยชน์มากๆเลยกับหลักสูตร ใครๆก็สร้างสรรค์ได้ ใน Apple Book หากใครสนใจหรืออยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานกันได้นะคะ เพื่อพัฒนาการที่ดีของอนาคตศิลปินตัวน้อย

ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ : www.apple.com/th/education/everyone-can-create

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Apple Book

ขอบคุณข้อมูลจาก : Apple Thailand

 

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



รู้จักกับกระเป๋านักเรียน “รันโดะเซะรุ”
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
หน้าหนาวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ อย่างโรคอุจจาระร่วง หลังพบว่าผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในปี 2563 มีผู้ป่วยรวมแล้ว 802,637 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 25-34 ปี โดยโรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษหรือสารเคมี สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุและพบได้บ่อย คือ ไวรัสโรต้า (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  เชื้อดังกล่าวพบได้ในช่วงอากาศเย็น ผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยผู้ปกครองควรดูแลเรื่องอาหารของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งไวรัสนี้จะก่อให้เกิดอาการไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียติดต่อกัน 3-5 วัน เนื่องจากเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารหรือเยื่อบุลำไส้บางลง ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารลดลง ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำจะมีอาการรุนแรง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะลดลง ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตาโหล เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือให้ลูกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร และภายหลังขับถ่ายหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และที่สำคัญ ทำความสะอาดของเล่นของลูกอยู่เสมอ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=16590&deptcode=brc&news_views=3623
18 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort