fbpx

พ่อแม่ควรรู้ วิธีดูแลฟันซี่แรกของลูกน้อย

Writer : nunzmoko
: 1 เมษายน 2562

การขึ้นของฟันซี่แรกของลูกน้อยนับเป็นเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งการดูแลฟันชุดแรกหรือฟันน้ำนมของลูกก็สำคัญมากเช่นกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง สวยงาม ไปดูกันว่ามีวิธีดูแลยังไงบ้างค่ะ

ฟันซี่แรกขึ้นเมื่อไหร่

  • ฟันน้ำนมซี่แรกของลูกจะเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 6-8 เดือน
  • เด็กบางคนฟันเริ่มขึ้นตอนอายุ 1 ปี คุณหมอก็ยังไม่ถือว่าผิดปกติ เพราะขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคนด้วย
  • ฟันน้ำนมซี่แรกที่ขึ้นจะเป็นฟันหน้าล่าง ตามด้วยฟันหน้าบน ฟันด้านข้าง ฟันกรามซี่ที่ 1 และสุดท้ายคือ ฟันเขี้ยว
  • ฟันน้ำนมจะขึ้นจนครบ 20 ซี่ เมื่ออายุ 2-3 ปี ส่วนฟันแท้จะขึ้นเมื่ออายุ 6 ปีขึ้นไป

อาการของลูกก่อนฟันขึ้น 

  • คันเหงือก เป็นอาการธรรมชาติของเด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี มักจะเกิดก่อนที่ฟันจะขึ้น และจะหายไปเอง ตอนที่ฟันโผล่พ้นจากเหงือกแล้ว สามารถบรรเทาอาการคันเหงือกให้ลูกได้โดยให้ลูกกัดของเล่นยางที่ทำความสะอาดแล้ว หรือให้กัดผักผลไม้ที่ไม่แข็งเกินไป อย่างแตงกวา แครอต และมะม่วง รวมทั้งขนมปังกรอบชนิดแผ่นสำหรับเด็ก
  • เหงือกบวม เกิดจากฟันน้ำนมใกล้จะขึ้น แล้วลูกไปเคี้ยวของแข็งๆ  ทำให้เหงือกบวมและอักเสบ ลูกจะมีอาการร้องไห้งอแง มีน้ำลายไหลย้อยออกจากปาก ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากฟันน้ำนมขึ้นแล้ว ควรให้ลูกกินน้ำมากๆ อาจทาเจลบรรเทาอาการเจ็บเหงือก แต่ถ้าเหงือกของลูกบวมแดงมากๆ ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เด็กทันที

วิธีดูแลฟันชุดแรกของลูกน้อย

เด็กแรกเกิด

ช่วงแรกเกิดที่ลูกยังฟันไม่ขึ้น คุณแม่สามารถทำความสะอาดได้โดยใช้ผ้าสะอาดนุ่มๆ เช็ดทำความสะอาดเหงือกลูกเบาๆ หลังดูดนม โดยเช็ดบริเวณกระพุ้งแก้มและลิ้นด้วย และต้องมั่นใจว่าผ้าที่เช็ดสะอาดเพียงพอจะใช้กับช่องปากลูก

เด็ก 6 เดือน

ก่อนฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ หรือเมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้วควรใช้นิ้วพันผ้าถูทำความสะอาดที่บริเวณฟันของลูกให้สะอาดเช่นเดียวกับการทำความสะอาดเหงือก ช่วงนี้ฟันลูกยังเล็กอยู่จึงยังใช้แปรงสีฟันไม่ถนัดเท่าใช้ผ้าพันนิ้วคุณแม่ค่ะ

เด็ก 1-3 ปี

ช่วงนี้ฟันลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็กได้แล้ว คุณแม่ควรเริ่มสอนลูกแปรงฟัน โดยลองแปรงฟันให้ลูกก่อน และฝึกให้ลูกรู้จักการบ้วนน้ำก่อนที่จะให้ลูกแปรงฟันด้วยตัวเอง เพราะหากลูกเผลอกลืนยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ก็อาจส่งผลเสียกับฟันของลูกได้

เด็ก 3-4 ปี

ลูกๆ เริ่มแปรงฟันเองได้แล้ว แต่ก็ยังต้องคอยตรวจเช็คหลังแปรงฟันทุกครั้งว่าลูกแปรงฟันสะอาดทั่วถึงหรือไม่ นอกจากนี้ควรพาลูกไปพบหมอฟันเป็นประจำเพื่อเช็คสุขภาพปากและฟัน

เด็ก 6 ปีขึ้นไป

เป็นช่วงที่เริ่มมีฟันแท้ขึ้นแล้ว ฟันน้ำนมอาจจะเริ่มโยกและหลุดไปได้เอง แต่หากฟันแท้ขึ้นมาแล้วฟันน้ำนมยังไม่ยอมหลุดนานเกิน 3 เดือน ควรไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษา เพื่อฟันแท้จะได้ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบ

นอกจากการดูแลทำความสะอาดช่องปากของลูกตามวัยแล้ว การพาลูกไปพบทันตแพทย์ทุกครั้งที่มีการนัดก็มีความสำคัญ นอกจากนี้สอนวิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง เลือกอาหารหรือขนมที่ไม่มีน้ำตาล ก็เป็นสิ่งที่ต้องฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้ลูกมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง

ที่มา – rakluke.

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562