fbpx

พ่อแม่ต้องรู้ ขู่ - ดุ - ด่า ไม่ใช่เรื่องดี ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด

Writer : blahblahboong
: 6 มีนาคม 2562

“ดื้อใช่มั้ย…ถ้ายังไม่หยุดเดี๋ยวไม่รักแล้วนะ” คำขู่ง่ายๆ ที่เรามักได้ยินกันเป็นประจำ แค่แม่อย่างเราทำเสียงเข้มขึ้นมา บวกกับคำพูดร้ายๆ ลูกก็จะเชื่อฟัง ทำตามที่เราต้องการแล้ว

แต่รู้ไหมคะว่าการพูดขู่ ดุ แม้กระทั้งการด่า ส่งผลเสียต่อพฤติกรรม และปลูกฝังนิสัยที่ไม่ดี รวมทั้งความเชื่อผิดๆ ให้กับเด็กได้มากมาย เรามาทำความเข้าใจผลเสียของการขู่ ดุ ด่า และมาดูวิธีเลี่ยงการกระทำเหล่านี้กันค่ะ

ผลเสียของการ ขู่ – ดุ – ด่า ลูก

  • ส่งผลร้ายต่อพัฒนาการทางภาษา
  • เสียโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • ทำให้เกิดนิสัยขี้กลัว วิตกกังวลง่าย ไม่มั่นใจในตัวเอง
  • ทำบ่อยๆ เด็กจะไม่เชื่อถือในตัวพ่อ-แม่
  • บันทอนจิตใจเด็ก
  • สร้างนิสัยก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง

ขู่แบบนี้ได้ผลแบบไหน

  • ขู่เรื่อง ผี = ลูกกลัว ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ในกลางคืน
  • ขู่เรื่อง หมอ = ลูกกลัวการรักษา ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาเมื่อเจ็บป่วย
  • ขู่เรื่องความรัก = ลูกเชื่อว่าพ่อแม่ไม่รัก บั่นทอนความรู้สึกเชื่อมั่น และความมั่นคงในจิตใจ

เลี้ยงลูกเชิงบวก ไม่ขู่ – ดุ – ด่า ลูก

  • พูดด้วยน้ำเสียงปกติ อธิบายเหตุผล
  • ไม่บังคับ แต่ใช้การตั้งกฎกติกา
  • ให้คำชมอย่างสม่ำเสมอ
  • เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก
  • ให้รางวัลอย่างสมเหตุสมผล
  • ช่วยลูกแก้ไขความเข้าใจผิดที่คนรอบตัวสร้างขึ้น
  • บอกรักอย่างสม่ำเสมอ

 

 

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี
ข้อมูลทางแพทย์
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–11 ก.ย. 62 พบผู้ป่วย 716,563 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มวัยเด็ก อายุแรกเกิด - 10 ปี โดยเหตุการระบาดของโรคพบว่าผู้ป่วยจากอาหารและน้ำเป็นกลุ่มก้อน 89 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงเรียน โดยได้ตรวจพบเชื้อไวรัส 8 ครั้ง แยกเป็นเชื้อ Norovirus 5 ครั้ง และ Rotavirus 3 ครั้ง  การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่ามีโอกาสพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสมักปนเปื้อนมากับน้ำและน้ำแข็ง อีกทั้งตอนนี้ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทำให้อาจมีการปนเปื้อนได้ง่าย  อาการของผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง จะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวันหรือถ่ายเป็นน้ำ อาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้คือภาวะขาดน้ำรุนแรง ภาวะสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตได้ ในการป้องกันโรคอุจจาระร่วง คุณพ่อคุณแม่ต้องยึดหลัก“สุก ร้อน สะอาด” โดยให้ลูกกินอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่กินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ ดื่มน้ำสะอาดที่ได้รับมาตรฐาน สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อน-หลังการเตรียมอาหาร และหลังขับถ่าย อ้างอิงจาก mgronline.com
16 กันยายน 2562