fbpx

NEWS: ฝรั่งเศสเตรียมออกกฎหมาย ห้ามลงโทษเด็กด้วยการตี

Writer : Lalimay
: 4 ธันวาคม 2561

“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” เป็นสุภาษิตโบราณที่ได้ยินกันมาอย่างช้านาน แต่ในปัจจุบัน “การตี” อาจจะไม่ใช้วิธีที่ดีที่สุดในการสั่งสอนลูก มี 54 ประเทศที่การตีลูกเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศฝรั่งเศสก็เตรียมออกกฎหมายนี้สดๆ ร้อนๆ เช่นกัน

สมาชิกสภาฝรั่งเศสมีการผ่านร่างกฎหมายการลงโทษทางร่างกายหรือทำให้อับอาย ที่ห้ามให้พ่อแม่ใช้ความรุนแรงกับลูกไม่ว่าจะทางร่างกาย คำพูดหรือจิตใจ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป หากมีมติเห็นชอบ ฝรั่งเศสก็จะเป็นประเทศที่ 55 ที่ห้ามการทำโทษเด็กทางร่างกาย

โดยสมาชิกสภาที่ผลักดันร่างกฎหมายนี้เผยว่า จะไม่มีการทำโทษผู้ปกครองที่ฝ่าฝืน เพราะเป้าหมายหลักคือ การให้ความรู้เพื่อให้สังคมเปลี่ยนทัศนคติ เนื่องจาก ผู้ปกครองชาวฝรั่งเศสร้อยละ 85 ยังคงใช้การตีเป็นการทำโทษเด็ก แต่จะมีการยกเลิกการกล่าวคำสัตย์ที่อนุญาตให้ทำโทษเด็กได้ในพิธีแต่งงาน

สภายุโรประบุในปี 2558 ว่า ฝรั่งเศสเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่ยังไม่ยกเลิกการตีเด็ก แม้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสหลายชุดที่ผ่านมาพยายามออกกฎหมายนี้ แต่ก็ถูกกลุ่มอนุรักษ์นิยมขัดขวาง

อ้างอิงจาก

tnamcot.com

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563