fbpx

7 นิสัยของพ่อแม่ที่ทำลายความคิดสร้างสรรค์ของลูก

Writer : giftoun
: 18 เมษายน 2562

ใครๆ ก็อยากให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกันทั้งนั้น หารู้ไม่ว่ามีนิสัยของพ่อแม่บางอย่างที่ทำลายความคิดสร้างสรรค์ของลูกไปโดยไม่รู้ตัว จะมีนิสัยแบบใดบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

ห้ามนู่น ห้ามนี่

บางบ้านคุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนที่ชอบห้ามทำอะไรก็ตามที่อยู่นอกกฎเกณฑ์เด็ดขาด บางทีห้ามเยอะเกินไปจนสุดท้ายลูกนั้นไม่กล้ายทำอะไรเลย จริงอยู่ว่าการห้ามทำสิ่งไม่ดีนั้นจะช่วยปกป้องลูกได้ แต่ถ้าห้ามเยอะจนเกินไปก็จะกลายเป็นกำแพงกั้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้ค่ะ

บ่นเมื่อทำอะไรใหม่

เด็กเป็นวัยที่กล้าลองกล้าทำอะไรใหม่อยู่เสมอ สิ่งการหมั่นทำสิ่งใหม่ตลอดเวลาจะทำให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่นั้นมักบ่นเมื่อลูกได้ลองทำอะไรใหม่ ลูกอาจจะรำคาญพาลจะไม่อยากทำอะไรใหม่แล้วก็ได้ค่ะ

สร้างเงื่อนไขให้ลูกมากเกินไป

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เงื่อนไขต่างๆ ที่มากเกินไปจะทำให้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดจนตัดสินใจไม่ได้ ซึ่งการคิดมากเกินไปคือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของความคิดสร้างสรรค์ คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างเงื่อนไขแต่พอดีจะดีกว่าค่ะ

ไม่พาไปเจออะไรใหม่ๆ

การได้ไปเจออะไรใหม่ๆ อย่างการไปท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าให้ลูกน้อยอยู่แต่ที่เดิมๆ ไม่พาไปเจออะไรใหม่ๆ ก็จะทำลายความคิดสร้างสรรค์ไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ

ทำลายความมั่นใจของลูก

การทำลายความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆ ของลูกนั้น ไม่ว่าจะเป็นการค้าน การตัดกำลังใจ หรือแบบใดก็ตาม นอกจากจะทำให้ลูกขาดความมั่นใจแล้ว ยังทำให้ลูกไม่กล้าทำอะไร ความคิดสร้างสรรค์ของลูกนั้นก็ค่อยๆ หายไปค่ะ

ย้ำว่าคำตอบมีข้อเดียว

ในความเป็นจริงไม่ว่าจะทำอะไรหรือแก้ปัญหาเรื่องใดนั้นมักเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทาง แต่เพราะความคุ้นชินที่สร้างขึ้นทำให้สมองของเรามักเลือกเดินไปบนเส้นทางเดิมที่เป็นเพียงคำตอบเดียว การที่คุณพ่อคุณแม่นั้นชี้นำลูกจนเกินไปทำให้ลูกนั้นเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ยากค่ะ

ใช้เหตุผลแทบทุกเรื่อง

ความคิดสร้างสรรค์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสภาวะที่ระบบคิดเต็มไปเหตุผล และการใช้เหตุผล ทั้ง 2 อย่างเป็นประตูปิดกั้นความสร้างสรรค์ อีกทั้งยังไม่ช่วยให้เข้าใจสิ่งรอบตัวอย่างลึกซึ้ง ในบางเรื่องคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรใช้เหตุผลมากจนเกินไป ควรปล่อยให้ลูกได้ใช้จินตนาการออกมาทำงานบ้างค่ะ

ความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลดละนิสัยบางอย่างที่ทำลายความคิดสร้างสรรค์ของลูกลงไปได้จะทำให้ลูกสบายใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้อีกเยอะเลยค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



รวมกิจกรรมช่วงปิดเทอมสำหรับลูก
กิจกรรมของครอบครัว
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
10 มิถุนายน 2562
วิธีพาลูกขึ้นขนส่งสาธารณะครั้งแรก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
31 มกราคม 2561
ทำอย่างไรเมื่อลูกรัก “ติดจอ”
ชีวิตครอบครัว
7วิธีสร้างให้พ่อลูกผูกพันกันมากขึ้น
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาเปิดมาสักระยะหนึ่ง ซึ่งนอกจากโรค COVID-19 แล้ว ยังทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปากอีกด้วย สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 กรกฎาคม 2563 พบผู้ป่วย 6,812 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยพบมากที่สุดในเด็กแรกเกิด - 4 ปี (82.56%) รองลงมาคืออายุ 7-9 ปี (4.80%) และอายุ 5 ปี (4.74%) โดยโรคมือ เท้า ปากจะพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กๆ สามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง โดยเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน อาการของโรคคือ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และต่อมา 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก ที่เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับวิธีป้องกันคือ  พ่อแม่ต้องคัดกรองลูกก่อนมาโรงเรียน หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน  ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อลดการสัมผัสความเสี่ยงที่เชื้อจะติดมากับของเล่น หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่นและพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม  ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรม หรือเล่นเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 5-6…
5 สิงหาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort