fbpx

6 วิธีสอนลูกให้เล่นกับน้องหมาน้องแมว อย่างปลอดภัย

Writer : nunzmoko
: 11 มิถุนายน 2561

สัตว์เลี้ยงแสนรักที่ครองใจเด็กหลายๆ คน คงหนีไม่พ้น น้องหมา น้องแมว ซึ่งเด็กๆ มักตื่นเต้นและอยากได้สัตว์เลี้ยง เหล่านี้มาเลี้ยงที่บ้าน มาไว้เพื่อเล่นให้คลายเหงา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะสอนลูกๆ ให้เรียนรู้ถึงวินัย การแบ่งปัน และความรับผิดชอบ ผ่านกิจกรรมการเลี้ยงน้องหมา น้องแมวได้เป็นอย่างดี มาดูวิธีสอนลูกให้เล่นกับน้องหมาน้องแมว อย่างถูกวิธีและปลอดภัยกันค่ะ

1. สร้างความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์ให้กับลูก

คุณพ่อคุณแม่ ต้องสร้างความเข้าใจ หรือบอกให้ลูกรู้ว่า สัตว์เลี้ยงชนิดนั้นๆ ชอบ หรือไม่ชอบอะไร หรือสอนให้สังเกตุทีท่าว่า ช่วงเวลาไหนควรเล่น และเวลาไหนไม่ควรเล่น ถ้าลูกอยากให้น้องหมา หรือน้องแมวมาเล่นด้วย จะต้องทำอย่างไร เพื่อที่ลูกจะได้เข้าใจ และไม่เข้าไปยุ่ง หรือแหย่สัตว์เลี้ยง อย่างผิดวิธี เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อตัวเด็ก

2. สร้างความทรงจำที่ดีให้กับทั้งลูกและสัตว์เลี้ยง

สร้างประสบการณ์ และความทรงจำที่ดี ให้ทั้งกับลูกและสัตว์เลี้ยงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เกิดการยอมรับ ไม่อิจฉาหรือต่อต้านสมาชิกใหม่ของครอบครัว โดยครั้งแรกที่เจอควรให้น้องหมาหรือน้องแมวสำรวจ ดมกลิ่นตัวของลูก เพื่อสร้างความคุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่คอยอธิบายว่าเป็นการกระทำเพื่อทำความรู้จัก เพราะเด็กบางคนอาจจะตกใจได้

3. มีส่วนร่วมสร้างความผูกพัน

คุณพ่อคุณแม่ต้องมอบหมายหน้าที่ให้เด็กได้มีส่วนร่วมการในเลี้ยงสัตว์ที่ถูกต้องด้วย เช่น การให้อาหาร การดูแลเอาใจใส่ จะทำให้ลูกรู้สึกรับผิดชอบ และมีระเบียบวินัย แต่ก่อนที่จะให้ลูกทำ คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน แล้วให้ลูกทำให้คุณพ่อคุณแม่ดูว่าทำได้ถูกต้องจึงปล่อยให้ทำเองได้ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กรัก และเข้าใจสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้นค่ะ

4. ให้ลูกออกไปเล่น ทำกิจกรรม

วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันตอนเย็นหลังลูกๆ เลิกเรียนแล้ว แนะนำให้หากิจกรรมสนุกๆ ให้ลูกได้ทำร่วมกันกับน้องหมา น้องแมว เช่น การให้ลูกพาสัตว์เลี้ยงไปวิ่งเล่นในสวนด้วยกัน เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างเด็กๆ กับสัตว์เลี้ยง และถือเป็นการให้ลูกและสัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

5. ไออุ่นครอบครัว ส่งตรงถึงสัตว์เลี้ยง

พ่อแม่ต้องให้ความอบอุ่นด้วยการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เพื่อที่ลูกจะได้ซึมซับความอบอุ่นจากพ่อกับแม่ และนำไปปฏิบัติกับสัตว์เลี้ยงอย่างอบอุ่นเช่นกัน นี่เป็นเรื่องพื้นฐานการเลี้ยงดู ซึ่งเด็กจะเป็นอย่างไร จะขึ้นอยู่กับครอบครัว

6. สอนลูกผ่านเหตุการณ์จริง

ในปัจจุบันเราคงเห็นภาพของสุนัข แมว หรือสัตว์อื่นๆ ที่ถูกปล่อยทิ้งให้เร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนบ้าง ตามวัดบ้าง ซึ่งแต่ละตัวล้วนอิดโรยไปด้วยความหิวโหย ภาพความจริงตรงนี้ อาจนำมาสอนลูกให้เกิดความตระหนักเรื่องความใส่ใจ และรักสัตว์ เพื่อให้เด็กได้แง่คิดว่า ไม่ใช่แค่เลี้ยงเพราะความน่ารักในตอนแรก แต่พอโตขึ้น เห็นว่าสัตว์เหล่านั้นไม่น่ารักเหมือนตอนเด็ก ก็ทิ้งกว้างเหมือนของเล่นที่ไม่มีชีวิต ซึ่งถ้าสอนตั้งแต่เริ่มแรก เด็กจะซึมซับ และไม่ทอดทิ้งสัตว์เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในสังคม

ก่อนที่จะซื้อสัตว์เลี้ยงให้ลูก ต้องดูว่าเหมาะสมกับลูกหรือไม่ ต้องดูว่าคนในครอบครัวรักสัตว์จริงไหม และคิดว่ามีเวลาเลี้ยงหรือเปล่า และจะไม่เป็นภาระ ที่สำคัญที่บ้านควรมีบริเวณเพียงพอสำหรับเลี้ยงสัตว์ เพราะการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทั้งที่ยังไม่พร้อมอาจจะสร้างภาระให้กับเจ้าของ และตัวสัตว์เลี้ยงเองค่ะ

ที่มา – www.manager.co.th

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



วิธีรับมือเมื่อลูกอาละวาด
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
เลิกแพมเพิสยังไงดี
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
“Fun English” เกมส์ฝึกภาษาสำหรับเด็ก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
5 เคล็ดลับทำให้ลูกชอบกินผัก
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save