วิธีการปลอบลูก เมื่อลูกนอนสะดุ้งเพราะฝันร้าย

Writer : giftoun
: 11 ตุลาคม 2561

ในตอนกลางคืนนั้น คุณแม่อาจไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะลูกมีโอกาสตื่นนอนสะดุ้งจากฝันร้ายก็เป็นได้ อาจจะเพราะความไวของเสียงที่มีมากกว่าผู้ใหญ่หรือจากฝันร้ายก็ตาม แล้วคุณแม่จะมีวิธีการปลอบลูกได้อย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

ใช้ผ้าห่อตัว

การใช้ผ้าห่อตัวลูกจะทำให้ลูกนั้นรู้สึกอบอุ่นเหมือนตอนอยู่ในท้องแม่ ทั้งนี้ ควรเลือกผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ถ้าอยู่ในห้องปรับอากาศก็ให้ใช้ผ้าห่อตัวแบบปกติทั่วไปหรือผ้าเช็ดตัวค่ะ

ให้ลูกนอนคว่ำ

วิธีนี้เหมาะสำหรับทารกที่คอเริ่มแข็งแรงหรือมีน้ำหนักตัวประมาณ 3,500 – 4,000 กรัม ซึ่งอายุแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป และที่นอนควรแบนเรียบแต่นุ่ม ไม่ควรเป็นที่นอนแบบยุบตัวเพราะอาจจะทำให้ลูกหายใจลำบากได้ค่ะ

ใช้ผ้าหนาทาบอก

ลองใช้ผ้าหนาหน่อยพับเท่าฝ่ามือพาดทับหน้าอกของลูกน้อยขณะหลับจะช่วยลดอาการสะดุ้งได้เป็นอย่างดีค่ะ

นอนตะแคง

วิธีนี้เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด หรือทารกน้ำหนักต่ำกว่า 3,500 กรัมขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแต่ละคน ทั้งนี้ ควรนำหมอนวางรองด้านหลังของลูกด้วยค่ะ

กอดลูกไว้

ถ้าลูกเกิดฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา คุณแม่สามารถปลอบให้ลูกหายจากความกลัวด้วยการกอดลูกเอาไว้ ลูกจะได้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย จนสามารถหลับได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ

พูดกับลูกอย่างอ่อนโยน

หลังจากที่ปลอบลูกจนสงบลงแล้ว คุณแม่ลองพูดกับลูกด้วยความอ่อนโยนอีกครั้ง จะทำให้ลูกผ่อนคลาย สบายใจขึ้น และค่อยๆ ลืมฝันร้ายนั้นไปได้ค่ะ

ทานอาหารอ่อนๆ หรือนมอุ่นๆ

การได้กินของอร่อยจะทำให้ลูกอารมณ์ดีขึ้นมาได้ ถ้าลูกตื่นขึ้นมาแล้วหิว คุณแม่ลองให้ลองทานอาหารอ่อนๆ หรือดื่มนมอุ่นๆ จะทำให้ลูกสงบลงพร้อมนอนต่อเลยค่ะ

การปลอบลูกเมื่อลูกนอนสะดุ้งเพราะฝันร้ายนั้นสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ซึ่งคุณแม่เองจะต้องดูเป็นวันๆ ไปนะคะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
8 ตุลาคม 2561
อยากพาลูกไปกางเต้นท์ เตรียมตัวอย่างไรดี
กิจกรรมของครอบครัว
วิธีพาลูกขึ้นขนส่งสาธารณะครั้งแรก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เด็กอายุ 2-5 ขวบ เด็กอายุ 2-5 ขวบ
29 มิถุนายน 2560
Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561