fbpx

ดูแลลูกให้ดีได้อย่างไร หลังพ่อแม่แยกทางกัน

Writer : Jicko
: 10 กันยายน 2564

ใครๆ ก็ไม่ได้คิดล่วงหน้าหรอกนะคะว่าชีวิตหลังแต่งงานของเราจะจบลงด้วยการหย่าร้าง แต่ในเมื่อมันเป็นวิกฤตของครอบครัวที่ไม่มีใครอยากเผชิญ  เราเองก็ต้องหาทางที่ดีที่สุดวให้กับลูกและทำหน้าที่พ่อกับแม่อย่างดีที่สุดเช่นกัน เพื่อสถานะครอบครัวที่ยังคงอยู่ เราเลยมีวิธีเลี้ยงลูกอย่างสมานฉันท์หลังพ่อแม่แยกทางกันมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลย

1. กำหนดสิทธิในการดูแลลูก โดยคำนึงถึงลูกและเหตุผลไม่ใช่อารมณ์เป็นหลัก

หลายคู่หากแยกทางกันก็ยังสามารถไปเยี่ยมลูกได้อย่างไม่มีกฎเกณฑ์มากเท่าไหร่นัก เพราะตกลงกันได้ด้วยดี แต่หากกรณีพ่อแม่ตกลงกันไม่ได้เรื่องแบบนี้ต้องต้องพึ่งกฎหมายโดยให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด ทั้งเรื่องค่าอุปการะ ทรัพย์สินค่างๆ และอำนาจในการเลี้ยงดูด้วย

2. ให้ลูกได้เจอหรือติดต่อกับอีกฝ่ายที่แยกออกไปอย่างสม่ำเสมอ

โดยอาจจะมีเวลาชัดเจนแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละฝ่าย ตกลงกันให้ชัดเจนและต้องทำตามที่ตกลงไว้อย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน

3. มีส่วนร่วมและช่วยเหลือลูกในการทำกิจวัตรประจำวันตามปกติต่อไป

หากอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับลูกทุกฝ่ายต้องพร้อมและให้ความร่วมมือเสมอ  พยายามใช้เวลาร่วมกันพ่อแม่ลูกในโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิดลูก วันที่ลูกเรียนจบ วัดหยุดปิดเทอมบางช่วงไปต่างจังหวัดด้วยกัน

4. คอยสอดส่องและห่วงใยลูกว่ามีความเหมาะสมของพฤติกรรมและพัฒนาการตามวัยหรือไม่

แม้พ่อแม่จะอยู่คนละที่แต่ควรประสานงานเรื่องการเลี้ยงดูลูกตลอด เช่น ขณะที่อยู่กับพ่อลูกมีไข้ไปหาหมอ หมอให้ยาฆ่าเชื้อมากิน 7 วัน พอย้ายมาอยู่กับแม่ ต้องกินยาต่ออีกกี่วัน หมอแจ้งว่าอย่างไรบ้าง พ่อควรประสานงานกับแม่ตอนนำเด็กไปส่งที่บ้านแม่

5. กรณีมีลูก 2 คน ควรใช้เวลากับลูกที่ถูกแยกออกไปให้มากขึ้น

พยายามให้เขาได้พบเจอกันพร้อมหน้าหรือเจอกันพี่น้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองนั่นสำคัญและครอบครัวยังอยู่กับเขาเสมอ ลูกจะได้ไม่คิดว่าทำไมแม่หรือพ่อไม่รักหนู ทำไมรักพี่หรือน้องมากกว่า พยายามหาเวลาเจอลูกที่แยกออกไปให้มากขึ้น ถึงแม้พ่อแม่จะหย่ากันแล้ว แต่บทบาทการเลี้ยงลูกและครอบครัวต้องมาก่อน

 

อ้างอิงจาก : mahidol.ac.th, POBPAD

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ ได้มีการอนุมัติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ให้เด็กในช่วงอายุ 5 - 11 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าสามารถฉีดให้เด็กได้ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ โดยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในเด็กกลุ่มเสี่ยงก่อน รวมทั้งแจ้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และแนวทางปฏิบัติตัวให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนค่ะ โดยอาการผลข้างเคียงเบื้องต้นดังกล่าวมีดังนี้ เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด 79-86% อ่อนเพลีย 60-66% ปวดศีรษะ 55-66% จากที่สังเกตุการณ์ยังพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 จะมีอาการข้างเคียงสูงกว่า แต่ยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง แต่อย่างไรก็ควรเฝ้าระวังอาการไว้ด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวมีดังนี้ค่ะ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย ใจสั่น หมดสติ เป็นลม เพลียมากกว่าปกติ ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันที นอกจากสังเกตอาการในช่วง 30 นาทีหลังได้รับวัคซีนแล้วก็ควรติดตามอาการต่อเนื่องอีก 30 วัน และไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หลีกเลี่ยงให้หัวใจทำงานหนักค่ะ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะกังวลกับการฉีดวัคซีนในเด็ก ด้วยกังวลถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่อาจจะตามมา ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ให้คำแนะนำว่าอาการดังกล่าวนี้ มักเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และเกิดหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หากกังวลกับเรื่องดังกล่าว ควรชะลอการรับเข็มวัคซีน 2 ไปก่อน จนกว่ามีข้อมูลความปลอดภัยมารองรับมากขึ้น แต่อาการดังกล่าวยังพบได้น้อยมากค่ะ  อ้างอิงจาก https://www.komchadluek.net/covid-19/501982
21 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort