ให้ลูกเรียนโรงเรียนหญิงล้วนดีไหม? มาฟัง 6 คำบอกเล่าจากศิษย์เก่าโรงเรียนหญิงล้วน

Writer : Lalimay
: 9 ตุลาคม 2561

เมื่อถึงวัยที่ลูกจะต้องเข้าโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจจะกังวลว่าจะให้ลูกเข้าโรงเรียนแบบไหน โดยเฉพาะคนที่มีลูกสาวก็คงต้องศึกษาข้อมูลกันพอตัวว่าจะให้ลูกเรียนที่ไหนดี ซึ่งโรงเรียนหญิงล้วนอาจเป็นทางเลือกที่คุณพ่อคุณแม่มองไว้แต่อาจยังไม่แน่ใจนัก งั้นเรามาลองอ่านความคิดเห็นจากศิษย์เก่าที่เคยเรียนโรงเรียนหญิงล้วนจะได้นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจดีกว่าค่ะ

ธรัญญา ชัยวงศ์ศรีอรุณ

เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมา 13 ปี ตั้งแต่อ.3 – ม.6 ตอนที่เรียนอยู่ไม่รู้สึกอะไร แต่พอโตขึ้นเราคิดว่าการเรียนหญิงล้วนทำให้เราเรียบร้อยกว่าการเรียนสหฯ ตอนยังเด็กเราจะรู้สึกว่าเพื่อนที่มีเพื่อนผู้ชายเป็นคนแรงๆ มีความซ่า ในเรื่องเพื่อน เพื่อนผู้หญิงก็สนิทกันตามปกติ จะมีการถึงเนื้อถึงตัวแบบไม่ได้คิดอะไร กอดกันเป็นปกติ

การเรียนหญิงล้วนเราว่าทำให้เด็กเรียบร้อยนะ ด้วยความเป็นคอนแวนต์ด้วย (เราเรียนคอนแวนต์) ด้วยระบบต่างๆ มีการถักเปีย ต้องใส่ยูนิฟอร์ม เหมือนมันเรียบร้อยไปเองและไม่ได้รู้สึกฝืนอะไร เพราะเราก็ชิน และถึงคนที่ซ่าที่สุดในโรงเรียนหญิงล้วน เราก็คิดว่ายังเรียบร้อยกว่าโรงเรียนสหฯ ความเกเรใหญ่ๆ คือการซอยผม หรือพับกระโปรงให้สั้นลงนิดนึง เมื่อก่อนการย้อมสีผมคือเป็นอะไรที่เรื่องใหญ่มาก แล้วพอฟังเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ๆ ของโรงเรียนสหฯ ก็จะเป็นเรื่องท้องเลย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่ามากๆ

ซึ่งพอเป็นแบบนั้นอาจทำให้ไม่รู้ว่าโลกภายนอกมันแย่ อย่างที่เราบอกไปว่า โรงเรียนเพื่อนเราขั้นร้ายแรงคือท้องเลยอะ  แต่จริงๆ เดี๋ยวนี้เรื่องอ่อนต่อโลกก็คงไม่ค่อยมีแล้ว พออยู่มหาวิทยาลัยมันก็จะปรับตัวไปได้เอง อีกอย่างเดี๋ยวนี้ในโซเชียลก็มีทุกอย่าง               

แต่ด้วยความเรียนหญิงล้วนมันจะสอนให้ตัวเองไว้ตัวนิดนึงอะ คือรักนวลสงวนตัว กุลสตรีอะไรแบบนี้ และการอยู่หญิงล้วนทำให้เราสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาใครมากนัก อย่างตอนทำกีฬาสี แรงงานก็มีแต่ผู้หญิงซึ่งงานที่ออกมามันก็เว่อร์วังเท่าที่ผู้หญิงจะทำได้

เรียนหญิงล้วนทำให้เข้าสังคมที่มีผู้ชายยากรึเปล่าในตอนโต คือรุ่นเรามันเริ่มมีโซเชียลเข้ามา เราไม่ได้อยู่ในโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ม.ปลายเราก็เรียนพิเศษ ที่เรียนพิเศษก็มีผู้ชาย ชีวิตเราไม่ได้มีแต่ผู้หญิงแล้ว แต่คือเราก็ไม่ได้เข้าหาผู้ชายได้ทันที ถ้าคนที่เรียนสหฯ ก็คงเคยชินกับการมีเพื่อนผู้ชาย แต่ของเรามันไม่ได้ชินขนาดนั้น ในช่วงแรกก็อาจจะเลือกคบเพื่อนที่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ถ้าถามว่าจะให้ลูกเรียนหญิงล้วนไหม ก็ต้องดูจุดประสงค์ในการที่จะให้ลูกเรียนหญิงล้วน ถ้ากลัวว่าลูกจะไปคบผู้ชายก่อนวัยอันควรเลยให้ลูกเรียนหญิงล้วน เราว่าไม่เกี่ยวเพราะสมัยนี้ไม่ว่าเรียนที่ไหนมันก็คบได้แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องอยากให้ลูกเรียบร้อยเป็นกุลสตรีเราว่าหญิงล้วนเวิร์ก อีกอย่างก็ขึ้นอยู่กับโรงเรียนด้วยเหมือนกัน ถ้าเป็นคอนแวนต์ก็จะเรียบร้อยมากๆ เราว่านะ

นาฏประดับ เทียนประทีป 

เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมา 12 ปี ตั้งแต่ ป.1 – ม.6 เราว่ามันดีนะ เราสามารถทำอะไรสนุกๆ เล่นอะไรที่มันไม่ต้องเขินอายเพื่อนผู้ชาย สังคมหญิงล้วนดีอะ เพื่อนผู้หญิงก็น่ารักดี แสบๆ ซนๆ เราไม่เจอเรื่องของการรังแกกัน เรารู้สึกว่าพ่อแม่ก็เหมือนซื้อสังคมให้ลูกอยู่เหมือนกัน ระดับของโรงเรียนก็มีผลที่จะทำให้ลูกไม่เจอเหตุการณ์ไม่ดี ด้วยความที่เรามีพี่ชาย จึงทำให้ไม่ได้ปรับตัวอะไรมาก แต่กับคนอื่นช่วงแรกๆ ก็จะไม่กล้าใกล้ผู้ชาย จึงต้องมีการปรับตัวอยู่บ้าง

คนส่วนใหญ่ในโรงเรียนเป็นเด็กเรียบร้อย แต่คือเราไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้นเลยมีวีรกรรมเยอะ ดังนั้นเราเลยรู้สึกสนุกมากที่ได้ไปโรงเรียนทุกวัน มีกลุ่มเพื่อนที่เข้าใจ คุยกันง่าย มีเรื่องที่สาวๆ เท่านั้นที่เข้าใจกัน เรารู้สึกว่าเราโตมาด้วยกันกับเพื่อน เห็นพัฒนาการของเพื่อน แต่บางทีเด็กผู้หญิงที่เรียนหญิงล้วนจะอินโนเซนต์กับโลกภายนอก ซึ่งมันเป็นทั้งข้อดีและข้อที่ต้องระวัง อาจต้องระวังในการคบเพื่อนผู้ชาย

ถ้ามีลูก ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะให้เรียนหญิงล้วน แต่เรื่องภาษาก็สำคัญ แล้วก็ถ้าให้ลูกรู้จักเพื่อนผู้ชายแต่แรกก็โอเคนะ จะได้ไม่ต้องไปปรับตัวมากในอนาคต แต่โลกของเด็กผู้หญิงก็ใส หญิงล้วนมันก็เซฟแต่มันก็ต้องเอาตัวรอดจากสังคมผู้หญิงอยู่เหมือนกัน

อัญมินทร์ สุทธิพรธนานันท์

เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมา 6 ปีตั้งแต่ม.1 – ม.6 แต่ตอนประถมเราเรียนสหฯ ก็สนิทกับผู้หญิงมากกว่าอยู่แล้ว พอมาอยู่หญิงล้วนก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงก็จะมีความงุ้งงิ้ง จุกจิก ขี้เม้าท์ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน แอบมีการเล่นพรรคเล่นพวกหน่อยๆ ถ้าเพื่อนไม่ชอบใครก็จะไม่ชอบไปด้วย แล้วก็เพราะมีแต่ผู้หญิงทำอะไรเลยไม่ค่อยระแวงว่าต้องนั่งเรียบร้อย การสัมผัสตัวกัน เดินคล้องแขนหรือกอดกันกลายเป็นเรื่องปกติ

ส่วนเรื่องความเรียบร้อย เอาจริงๆ คือก็ไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้น ก็มีโผงผางบ้าง นั่งไม่เรียบร้อยบ้างเพราะอย่างที่บอกไปว่ามีแต่ผู้หญิงเลยไม่ได้ระวังอะไรมาก แต่โรงเรียนจะสอนให้รู้จักมารยาทมากกว่า เรื่องการวางตัวต่อหน้าผู้ใหญ่ การไหว้ การลงท้ายหางเสียงเวลาพูด จะเน้นเรื่องมารยาทพื้นฐานมากๆ

สำหรับจุดดีของการเรียนโรงเรียนหญิงล้วน คือ รู้สึกสบายใจ เข้าใจกันดีเพราะด้วยความเป็นผู้หญิงเหมือนกันทำให้คุยกันได้ทุกเรื่อง อีกอย่างคือสามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนที่ผู้ชายทำ อย่าง แบกโต๊ะ  เลื่อยไม้ ตอกตะปู ต่อวงจร เพราะต้องทำเองหมดแบบไม่มีผู้ชายมาช่วย ส่วนจุดด้อยที่เห็น คือ อาจลำบากเรื่องการปรับตัวในการอยู่ร่วมกับคนภายนอกที่เป็นผู้ชาย ถ้าเจอครั้งแรกจะมีกำแพงกั้นไว้นิดหน่อย รู้สึกเกร็งๆ ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่ถ้าคนที่เรียนพิเศษหรือได้พบเจอผู้ชายอยู่บ้างจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้

ในอนาคตถ้ามีลูกจะให้เรียนหญิงล้วนไหม ก็พ่อแม่อาจจะสบายใจถ้าให้ลูกอยู่หญิงล้วน แต่ก็ต้องดูที่โรงเรียนและการคบเพื่อนด้วย ถ้าคบเพื่อนผิดก็คงเป๋ไม่ต่างกัน ที่สำคัญคือเริ่มต้นที่ครอบครัว ที่ต้องสอนในเรื่องของการวางตัวและเรื่องการถูกชักจูงอะไรแบบนี้ ส่วนตัวอาจจะให้ลูกอยู่หญิงล้วนตอนม.ต้น แล้วอยู่สหฯ ตอนม.ปลาย

กรศริน ภัทรโสภาคย์ 

เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมา 12 ปี ตั้งแต่ป.1 – ม.6 ส่วนตัวรู้สึกว่าโชคดีที่เรามีไปเรียนพิเศษเยอะทำให้ยังพอมีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ พอไปมหาวิทยาลัยแล้วเจอผู้ชายจะทำตัวไม่ถูก เพื่อนผู้หญิงก็จะงุ้งงิ้งแล้วยิ่งโรงเรียนที่เราอยู่เรียบร้อยมาก พอมีความงุ้งงิ้งก็จะผู้หญิ้งผู้หญิง อย่างเช่น เข้าห้องน้ำด้วยกันเยอะๆ เป็นเรื่องปกติ ความคิดเห็นจะตรงกันไม่ค่อยมีความขัดแย้ง มีแต่ความคิดซอฟต์ๆ ไม่ได้เห็นต่างมากมาย

อย่างที่บอกว่าโรงเรียนเราเรียบร้อย คือเมื่อก่อนโรงเรียนเป็นแบบปิด คือ ยังไม่มีโซเชียลมีเดียอะไรเข้ามามาก นักเรียนก็จะไม่ได้รู้เรื่องอะไร หรือเห็นอะไรจากโรงเรียนอื่น เวลาดารามาที่โรงเรียนก็ห้ามกรี๊ดทำได้แค่ปรบมือ ซึ่งนักเรียนก็จะปรบมือจริงๆ แต่ปัจจุบันมันก็มีพวกโซเชียลมีเดียเข้ามา นักเรียนก็เห็นนั่นนี่เยอะขึ้น เลยอาจจะไม่ได้เรียบร้อยเท่าเมื่อก่อนขนาดนั้น

เราคิดว่าการเรียนหญิงล้วนมีจุดดีคือเพื่อนๆ จะคุยง่าย คุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจกันง่าย เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ส่วนจุดด้อย คือ เข้าสังคมกับเพื่อนผู้ชายได้ยาก รู้สึกว่าแปลก ไม่กล้ามองตา คิดกันไปเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ แล้วเอาไปพูดกันเอง

ถ้ามีลูกก็คงให้เรียนหญิงล้วนไว้ก่อน เพราะคิดว่าเข้ามหาวิทยาลัยยังไงก็ได้เจอเรียนแบบสหฯ ได้เจอผู้คนภายนอกอยู่แล้ว

ปฐมวรรณ ชิตสุข 

เรียนโรงเรียนหญิงล้วน 14 ปี ตั้งแต่อ.2 – ม.6 เรียนหญิงล้วนก็ดีนะ มันจะมีความผู้หญิ้งผู้หญิง มีเพื่อนหลายแบบมีทั้งเม้าท์มอย แบบทอม แบบเข้าห้องปกครอง เกเรก็มี จะมีการแย่งชิงความโดดเด่นขึ้นมา คือถ้าไม่เป็นทอมก็ต้องสวยมากๆ แล้วคือเราไม่ได้เรียนพิเศษเลยทำให้เราไม่รู้จักเพื่อนผู้ชายเลย มันทำให้เรารู้สึกกลัวและตื่นเต้นที่จะต้องคุยกับผู้ชายตอนออกไปเจอโลกกว้าง

เรียนหญิงล้วนแล้วไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้เราเรียบร้อยคือกฎในโรงเรียนที่เข้มงวด แต่ความเรียบร้อยจริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กด้วย คือมันก็จะมีคนที่เรียบร้อยและไม่ได้เรียบร้อย ซึ่งคนที่ไม่ได้เรียบร้อยส่วนใหญ่ก็จะเห็นมาจากข้างนอกโรงเรียน อย่างตอนไปสยามหรือไปเรียนพิเศษ

จุดดีของการเรียนหญิงล้วนคือ ปลอดภัยจากสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่างๆ อีกอย่างนึงคือคุยกันเข้าใจ ไม่เคอะเขินในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิง อย่างเรื่อง ประจำเดือน แต่จุดด้อยคือปรับตัวยากในสังคมที่มีผู้ชาย คือไม่ทันผู้ชาย ไม่รู้ว่าต้องวางตัวยังไง ไม่อยากนั่งใกล้ หรือถ้ามีคนมาจีบก็จะไม่รู้เลยว่าเขามาจีบ แล้วก็ทำให้ไม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพศตรงข้าม ดังนั้นเราจึงควรต้องมีเพื่อนผู้ชายบ้าง

ถ้ามีลูกก็จะให้เรียนหญิงล้วนอยู่ดี เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยว่าอย่างน้อยเราก็ป้องกันเรื่องความสุ่มเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง ด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคมที่มีแต่ผู้หญิง เพราะถึงแม้ว่าอาจจะปรับตัวยากกับสังคมที่มีผู้ชายแต่อย่างน้อยมันก็ยังปรับตัวได้   

หทัยชนก แสนศรี 

เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมา 6 ปี ตั้งแต่ม.1 – ม.6 เป็นสังคมที่แปลกใหม่จากการที่เรียนสหฯ มาตลอดประถม แรกๆ ก็ไม่ชิน เพื่อนผู้หญิงก็จะมีหลายสไตล์ เฮี้ยบๆ ก็มี นิ่งๆ เรียบร้อยก็มี แต่ก็ปรับตัวเข้าหากันได้หมด ความคิดส่วนใหญ่เหมือนกันเพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เพื่อนก็มีหลายแบบแต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้ากันไม่ได้

เรื่องของความเรียบร้อย ถ้าอยู่ในโรงเรียนก็เรียบร้อย เพราะมันมีกฎระเบียบของมันอยู่ ต้องนั่งพับเพียบเก็บปลายเท้า ต้องไหว้ทุกท่าที่มี เบญจางคประดิษฐ์ ประกวดมารยาทไทยทุกปี ระเบียบจ๋าเลย รู้กาลเทศะ ว่าอยู่ต่อหน้าอาจารย์ต้องเป็นอะไรยังไง แต่พอออกมานอกโรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นตัวของตัวเอง คือไม่ได้เรียบร้อยอะไรขนาดนั้น

เรียนหญิงล้วนมีจุดดีตรงที่ทำให้เราสนใจการเรียนไม่ได้เอาเวลาไปสนใจเรื่องความรัก สอนให้มีมารยาทดีมากๆ และรู้จักการวางตัวต่อผู้ใหญ่หรือการเข้าสังคม  จุดด้อยคือด้วยความที่เรียนหญิงล้วนมา 6 ปี จึงทำให้ไม่มีเพื่อนผู้ชายเลย ทำให้พอเข้ามหาวิทยาลัยจะรู้สึกเกร็งๆ หรือกลัวผู้ชายไปเลย ไม่กล้าเข้าหาเพื่อนผู้ชาย กว่าจะปรับตัวได้ก็เป็นปี แต่บางคนก็อาจจะชินนะ ถ้ามีเพื่อนผู้ชายอยู่แล้ว

ถ้ามีลูกก็จะให้เข้าหญิงล้วน เพราะหญิงล้วนก็ไม่ได้แย่ แต่แค่ต้องคอยดูแลเขา ไม่ปิดกั้นลูกกับโลกแห่งความเป็นจริง สอนให้ลูกเท่าทันโลกภายนอกด้วย จริงๆ ก็แล้วแต่ลูกว่าเขาอยากเข้าที่ไหน แล้วก็แค่คอยซัพพอร์ตเขา

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
30 มิถุนายน 2560
10 โรงเรียนน่าสนใจ ประจำปี 2017
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update